และภาพที่มีพระสงฆ์ยืนถ่ายภาพ 3 รูปนั้น เบื้องต้นจากการสอบถามกันก็ทราบว่า เป็นพระที่สังกัดในจ.ขอนแก่น สอบถามทางเจ้าอาวาสแต่ละสังกัดให้ข้อมูลว่า เจ้าตัวที่ปรากฎในโซเชียลยืนยันว่า ไม่ได้เล่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และในภาพก็ระบุด้วยว่า เป็นโครงการปฏิบัติธรรมเมื่อปี 2565 ส่วนภาพฝั่งซ้ายทั้งภาพบนและภาพล่าง ไม่ใช่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสงฆ์ และไม่ใช่พระในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะได้ครองผ้าตามในภาพ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดนี้ทางคณะสงฆ์ยังไม่ได้รับรายงานที่ชัดเจน อยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งหมด
พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น เพื่อติดตามกรณีดังกล่าวหลังในภาพระบุว่า มีการจัดการเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งทราบจากบุคลากรว่า ไม่มีพระผู้ใหญ่ที่สามารถให้ข้อมูลได้อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากติดกิจนิมนต์นอกพื้นที่กันหมด เนื่องจากเป็นช่วงงานบุญกฐิน
พระพยอม ให้ข้อคิดบ้านแชร์น้องแครอทล้ม เผย “พระรวยซวยมาเยอะแล้ว”
ด้าน พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความไม่ระมัดระวังของพระสงฆ์รุ่นใหม่ ที่กลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ซึ่ง “พระอีสานมีแต่พระเพชรน้ำงาม ตั้งแต่หลวงปู่มั่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ชา ท่านเป็นพระกรรมฐาน แต่พระรุ่นใหม่กลับไม่รอบรู้ จนกลายเป็นเหยื่อของการหลอกลวงเหล่านี้”
พระพยอม กล่าวเพิ่มเติมว่า พระควรตื่นรู้และระวังตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนที่หลอกลวง โดยอ้างเรื่องเงินทอง หรือการแสวงหากำไร การเป็นพระไม่ใช่เพื่อนำญาติโยม ไปเสียเงินหรือสูญเสียศรัทธา แต่พระต้องสอนให้ญาติโยมเข้าใจในธรรมะ และช่วยบำรุงพระพุทธศาสนา
“พระรวยเห็นซวยมาเยอะแล้ว” พระพยอมเตือน และเน้นว่า การบวชควรทำเพื่อความจน ไม่ใช่แสวงหารวยเหมือนคนทั่วไป
พระพยอม ยังกล่าวถึงบทเรียนจากกรณี The Icon ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ว่า ควรเป็นตัวอย่างให้พระสงฆ์รู้จักตื่นตัว และระมัดระวังเมื่อมีใครมาชักชวนลงทุน หากเป็นเรื่องการทำบุญเพื่อประโยชน์ทางศาสนาเชื่อถือได้ แต่ถ้าเป็นการชวนหาเงิน หรือหากำไรควรตั้งข้อสงสัยทันที และไม่ควรให้ศรัทธาถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด การที่พระสงฆ์ตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่นั้น ทำให้พุทธศาสนาถูกกระทบจากภายใน พระต้องระวังไม่ให้ถูกล่อลวงด้วยความโลภ และต้องมีสติในการดูแลศรัทธาของญาติโยมให้มั่นคง