svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เจาะประเด็นร้อน

ถอดรหัส "ตู่-นิด ชิดใกล้" จุดเริ่มต้นสัมพันธภาพ หรือข้อตกลงลับระหว่างสองคน

25 สิงหาคม 2566
435

การพบกัน ของ"เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี กับ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกฯรักษาการ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ได้กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ทางการเมือง หากแต่ยังมีมุมมองให้ชวนคิดต่อเป้าประสงค์เชิงลึกที่รับรู้กันระหว่างสองคน

"...ผมเชื่อว่าล้วงลึกไปในหัวใจ พูดถึงหลักการการเมือง คุณเศรษฐากับพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพูดคุยกันได้ดีเมื่อวาน ก็เห็นไม่ตรงกันหรอก..."

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"  อดีต ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย 25 สิงหาคม 2566 

ช่วงสายของวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดทางการเมืองเกิดขึ้น เมื่อ "เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เดินทางเข้าพบ "พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีรักษาการ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นานกว่า 1 ชั่วโมง

เหตุการณ์ดังกล่าว ได้กลายเป็นภาพที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่สองผู้นำต่างขั้วได้มาพบกัน 

เศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30  พบ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรักษาการ ที่ทำเนียบรัฐบาล

มีมุมมองความเห็นอย่างหลากหลาย บ้างมองว่านี่เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ทางการเมืองหรือไม่  บ้างมองว่า เศรษฐา เข้ามาขอบคุณ"ลุงตู่" หลังจากที่มีสว.ยุคคสช.แต่งตั้งเทคะแนนสนับสนุนให้เป็นนายกฯหรือไม่

แต่อีกด้าน มีความเห็นว่า "เศรษฐา" เป็นนักธุรกิจแถวหน้า ไม่ได้มีพื้นฐานทางการเมืองมาก่อน หรือ นี่อาจเป็นความพยายามของ"เศรษฐา" ในการสร้างสัมพันธภาพทางการเมือง แก้ไขจุดอ่อนตัวเอง  

เพราะนอกจากกรณี "เศรษฐา" เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนหน้านี้ ในวันที่ "เศรษฐา" เข้าพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี  ภายหลังเสร็จพิธี "เศรษฐา" ก็ยังได้เข้าโผกอด "อนุทิน  ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำให้สื่อบันทึกภาพ ออกมา ให้เห็นราวกับ ว่า "เศรษฐา" กำลังปรับตัวเข้าสู่การเมือง   

ประเด็นนี้ "ผศ.ร.ต.อ.ดร.วืเชียร ตันศิริคลคง" (ประธานหลักสูตร รัฐศาสตร์ มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา) วิเคราะห์ผ่านเนชั่นทีวีไว้อย่างน่าสนใจ 

"ผศ.ร.ต.อ.ดร.วืเชียร ตันศิริคลคง" ให้ความเห็นว่า  ผลการเลือกตั้งที่ออกมา เกิดความแตกต่างทางความคิด จะเห็นว่าไม่มีพรรคใดมีเสียงข้างมาก สิ่งที่"เศรษฐา" จะทำ ต้องประนีประนอม และยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลาย 

"ท่านนายกฯเศรษฐา ไปพบท่านนายกฯ "พล.อ.ประยุทธ์" หรือ การไปนับพี่นับน้องกับ"คุณอนุทิน" ความจริงเขารู้จักกันมาก่อน รวมถึงไปรับฟังความคิดเห็นพรรคร่วมพรรคอื่นด้วย อันนี้เป็นข้อดี แต่ข้อดีนี้  มีข้อเสียด้วย จะทำให้คุณเศรษฐา ขาดตัวตนของตัวเอง เพราะต้องไปฟังความคิดเห็นคนอื่นหมด ประนีประนอมทั้งหมด ถ้าทำอย่างนั้น ตัวตนคุณเศรษฐาที่แท้จริง คืออะไร " 

 "ผศ.ร.ต.อ.ดร.วืเชียร ตันศิริคลคง" (ประธานหลักสูตร รัฐศาสตร์ มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา)

นักวิชาการท่านนี้ บอกว่า ความพยายามของ "เศรษฐา" ในการขับเคลื่อนประเทศไทย ไม่สามารถบรรลุได้ ถ้าเกิดต้องนั่งคุยกับทุกคนตลอดเวลา อันนี้เป็นข้อเสีย แต่ในขณะเดียวกัน มาชั่งใจข้อดีข้อเสียในเวลานี้คิดว่า สิ่งที่"เศรษฐา"ทำถูกต้อง เป็นสิ่งที่เหมาะกับการเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆก็ต้องทำอย่างนี้

ขณะที่ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"  อดีตผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งได้ประกาศยุติบทบาททางการเมือง หลังพรรคเพื่อไทยหันไปจับขั้วรัฐบาลเดิมตั้งรัฐบาล ให้ความเห็นกับเนชั่นทีวีว่า 

"เป็นภาพใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็สะท้อนว่านายกฯ คนใหม่ กับนายกฯ คนเก่า แสดงอัธยาศัยไมตรีกัน คงจะต้องการส่งสัญญาณว่าบ้านเมืองน่าจะช่วยกันคลี่คลายความขัดแย้ง แต่ว่านั่นเป็นเพียงภาพผิวๆ การที่จะคลี่คลายความขัดแย้งหรือนำพาดำเนินไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง จริงๆ ต้องทำอะไรกันอีกมาก"

"ณัฐวุฒิ" บอกว่า " ยังต้องพูดถึงเรื่องใหญ่ๆ แบบรัฐธรรมนูญ เรื่องการแก้ไขปัญหาผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากความเห็นต่างทางการเมือง ยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องมาแก้กัน ปัญหาลูกหลานเยาวชนหลายร้อยหรือเป็นพันๆราย ต้องคดีความ มีพันธนาการ ทางอาญาอยู่ในเวลานี้ ยังมีเรื่องของการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างกันและสร้างสังคมที่เป็นธรรม สร้างกติกาที่ชอบธรรมให้คนที่เห็นต่างสามารถอยู่ร่วมกันได้"

"ผมเชื่อว่าล้วงลึกไปในหัวใจ พูดถึงหลักการการเมือง คุณเศรษฐากับพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพูดคุยกันได้ดีเมื่อวาน ก็เห็นไม่ตรงกันหรอก"

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  อดีตผอ.ครอบครัว พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศยุติบทบาททางการเมือง

แต่ถ้าบอกว่าเราจะคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมนี้ได้จริง ต้องสร้างบริบทของประเทศ สร้างกติกาของประเทศ สร้างกลไกทางการเมือง และกลไกทางสังคม ให้คนอื่นๆที่เห็นต่างกันสามารถที่จะสนทนาในบรรยากาศที่อย่างน้อยที่สุดก็คล้ายๆกับที่ทั้งสองคนแสดงออกต่อกันได้บ้าง

"ผมว่ามันเป็นความหวังร่วมกันที่จะออกจากความขัดแย้ง แต่ว่าต้องถูกทางและถูกวิธีการเท่านั้น  ซึ่งเชื่อว่ายาก เพราะยังมีความซับซ้อนของปัญหา ยังมีบาดแผลที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ยังมีคนที่ได้รับผลประโยชน์จากความขัดแย้งเหล่านี้อยู่ และมันยังมีเจตนาแท้จริงของหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายอำนาจเดิม ที่ต้องการที่จะให้บ้านเมืองเป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการ ยังไม่สามารถที่จะค้นหาหลักคิดที่ยอมรับตรงกันได้ว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน"

"ณัฐวุฒิ" กล่าวว่า แต่เมื่อมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่มารับผิดชอบ มีรัฐบาลมารับผิดชอบ ก็เป็นหน้าที่ของท่านเท่านั้นที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้  และ นายกรัฐมนตรี ท่านก็เข้าใจเรื่องพวกนี้ เท่าที่ผมได้สัมผัสมาตอนที่ร่วมงานกัน นายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม ก็เชื่อว่าจะเป็นทุนรอนสำคัญในการที่จะทำให้ท่านเข้าถึงหัวใจของปัญหา และพยายามแก้ไขมันให้ได้ แม้ว่าจะยากมากๆก็ตาม

**********************

อย่างไรก็ตาม ยังมีการวิเคราะห์ในเชิงลึกอีกว่า จากปรากฏการณ์ "ตู่-นิด...ชิดใกล้" ทำให้คาดเดาอนาคตทางการเมืองได้แบบนี้ 

1.เรื่องเช็กบิล "ลุงตู่" หรือ "3ป." ลืมไปได้เลย เพราะ - เพื่อไทยกับรวมไทยสร้างชาติ (พรรคลุงตู่) กลายเป็นมิตรกันไปแล้ว  ลืมความหลังครั้งเก่าว่า "บิ๊กตู่" คือผู้ยึดอำนาจจากรัฐบาลเพื่อไทย (ยิ่งลักษณ์) 

ทั้งๆ ที่มีการดำเนินคดีจำนำข้าวจนทำให้ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ รัฐมนตรีหลายคนของรัฐบาลชุดนั้นต้องติดคุก

ต้องไม่ลืมว่า "ทักษิณ" (เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริง) กลับมาประเทศไทย และยังไม่ได้นอนคุกเลยแม้แต่คืนเดียว เกิดขึ้นในรัฐบาล"ลุงตู่"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรักษาการ พา เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ชมบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล

2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แบบ "ร่างใหม่ทั้งฉบับ" อาจจะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นได้ยากมาก 

-มีความเป็นไปได้จะเสนอแก้รายมาตรา เฉพาะที่สำคัญ

-อย่าลืมว่า ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่มีใส่ไว้ในแถลงการณ์ตอนตั้งรัฐบาลเพื่อไทย

-อาจใช้เหตุผลว่าทำประชามติเปลืองงบ ตอนนี้ต้องนำงบไปใช้ฟื้นเศรษฐกิจ 

3.อาจไม่มีการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ  รัฐธรรมนูญปี 60 มาตราสุดท้าย คือมาตรา 279 ที่นิรโทษทุกการกระทำของ คสช.ไว้ล่วงหน้า 

4."บิ๊กตู่" ไม่มีทางต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ตามข่าวลือ รวมทั้งพี่น้อง 3ป.ด้วย 

5."บิ๊กตู่" ส่งน้องรักทุกคนถึงฝั่งฝัน น้องรักที่ฝ่าฟันกันมาตอนตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (พีระพันธ์ุ / เอกนัฎ -งดรับตำแหน่ง / สุชาติ ชมกลิ่น  / สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ - ตัวแทนเสี่ยไม่ซ้ายไม่ขวา / ดร.แด๊ก ธนกร วังบุญคงชนะ / กลุ่มสุราษฎร์ / กลุ่มลูกหมี ชุมพร) - ได้ร่วมรัฐบาล แต่อาจจะต้องสลับกันนั่งรัฐมนตรี (เป็นเก้าอี้ดนตรีแบบสูตรเพื่อไทย - ไทยรักไทยในอดีต)

การพบกันของสองผู้นำ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  และ เศรษฐา ทวีสิน  ที่การหารือ รับรู้กันระหว่างสองคนเท่านั้น