"วราวิทย์" ถามว่า เพื่อไทยตั้งเป้า 310 เสียง การจับมือกับพรรคการเมือง จุดยืนของพรรคเพื่อไทยมีแนวทางในการจับขั้วทางการเมืองกับพรรคต่างๆอย่างไร พลังประชารัฐเป็นพรรคอุดมการณ์แบบไหน
"หมอชลน่าน" กล่าวว่า ท่าทีของพรรคนี้ มีการเขียนจดหมายมา 5 ฉบับ ว่าถูกแบ่งฟากไปอยู่อนุรักษ์นิยม แต่เมื่อเขียนจดหมายเพื่อดึงตนเองมาอยู่ซีกประชาธิปไตย มองว่าเป็นการพยายามแสดงตัวว่าอยู่ตรงกลาง ผมมองว่า เขาเป็นอนุรักษ์นิยม เพราะการเปลี่ยนตัวตนไม่ใช่การเขียนจดหมาย อยู่ที่มิติความคิดความเห็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต้องมีภาพของการทำงาน ทางการเมืองที่ใช่ เป็นมาอย่างไรล้างไม่ออกหรอก ซึ่งพลังประชารัฐเกี่ยวข้องกับเผด็จการเพราะเป็นพรรคที่สนับสนุนการยึดอำนาจมาก สืบทอดอำนาจมาก
"วราวิทย์" ถามว่า แต่เมื่อถามว่าจับมือกับพลังประชารัฐได้หรือไม่ กลับบอกว่าต้องขึ้นอยู่กับคะแนนเสียง
"หมอชลน่าน" ตอบว่า ในมิติทางการเมือง ต้องให้เกียรติประชาชน การที่ประกาศว่าจบมือกับพรรคการเมืองใดก่อนการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดแสดงท่าที เพราะเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เมือเข้าสู่การเลือกตั้ง ต้องฟังเสียงประชาชนก่อน การจับมือกับพรรคการเมืองไหนต้องถามประชาชนก่อน ซึ่งเราเป็นพรรคที่อ่อนไหว หากใครที่ถูกต่อต้านก็ดึงออก หากประชาชนไม่เอาด้วย
"วราวิทย์" ถามว่า หากเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยอมที่จะไม่มีการเลือกตั้ง
"หมอชลน่าน" กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ยากมาก เพราะหากยอมก็จะตระบัดสัตย์จากประชาชน และเป็นการฆ่าตัวตายจะจบอนาคตตนเอง
"วราวิทย์" ตอบว่า กลุ่มสามมิตรย้ายกลับมาเพื่อไทย
"หมอชลน่าน" ตอบว่า กลุ่มที่ถูกบีบจนต้องยอมไปอยู่ ต้องดูว่าตอนที่เขาไปเพราะความกลัว หรือจำเป็น มองเขาด้วยความเข้าใจ
"วราวิทย์" กับพรรคก้าวไกลหล่ะ
"หมอชลน่าน" ตอบว่า ไม่ใช่การรักษาระยะห่าง เพียงแต่เราฝืนที่ประกาศไม่รวมกับพลังประชาชน เพราะเป็นการแข่งขันกับประชาชน ซึ่งเราไม่ได้ปฏิเสธก้าวไกล ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ส่วนใครจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับกลไกลสภาฯ และส่วนใครจะเป็นตัวจริง "อุ๊งอิ๊งค์" หรือไม่ ก็อยู่ในนั้นด้วย
ชมคลิป>>>
เพื่อไทย หวัง 310 เสียง ปิดเกมตั้งรัฐบาลพรรคเดียว