ดร.สติธร อธิบายต่อว่า นอกจากแต่ละพรรคจะแข่งกันด้วยกระแสของพรรคแล้ว จะเห็นได้ว่า ยังมีเรื่องของตระกูลบ้านใหญ่ เข้าไปช่วยหนุน ทำให้ผลการเลือกตั้งมันประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลวแตกต่างกันไป หากไปดูผลเลือกตั้ง ส.ส.หน้าใหม่ พบว่า ตระกูลมีความสำคัญ จะเป็นปัจจัยสำคัญก่อนที่จะไปถึงประชาชนจะเลือกไม่เลือก
"เพราะความเป็นตระกูลจะแพ้ความเป็นพรรรค แต่ความเป็นตระกูลจะไปเชื่อมโยงพรรคการเมือง จุดนี้จะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกได้ง่ายกว่า คนหน้าใหม่ที่ไม่มีตระกูลไปลงพรรคเล็กพรรคน้อย แทบเรียกได้ว่ารอดยาก ขณะเดียวกัน ถ้าเป็นตระกูลใหญ่ไปรวมกับพรรคใหญ่รับรองได้แลนด์สไลด์แน่นอน"
ชมคลิป >>> สแกนบ้านใหญ่ ตระกูลการเมือง
ดร.สติธร ขยายความต่อว่า วันนี้จะมาถึงทางสองแพร่งบางอย่าง เพราะว่า pattern ที่เคยสร้างและออกแบบไว้ในปี 54 คือ ความเป็นตระกูลเริ่มเป็นปัจจัยรอง แต่ในการเลือกตั้งปี 62 ผลวิจัยของผมเริ่มถูกท้าท้าย เพราะตระกูลใหญ่ที่จะเปิดไปหาพรรคการเมือง มีความหลากหลายมากขึ้น
เพราะฉะนั้น ในการเลือกตั้ง 66 หากมองดูแล้วพรรคการเมืองเริ่มไม่ใช่ปัจจัยหลัก เหมือนเลือกตั้งปี 2554 ขณะที่ความเป็นตระกูลใหญ่ เริ่มที่จะเปิดตัวเองไปสู่พรรคการเมืองที่มันใช่ แต่ปี 66 พรรคการเมืองได้ตระกูลดีๆมา หากเลี้ยงกระแสดีอาจประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 66 จะเป็นการพิสูจน์ตระกูลจะกลับมาดีหรือไม่ หลังจากที่ดูแผ่วลงไปในช่วงหลังปี 50 และปี 54