"สุชาติ" กล่าวว่า ยิ่งตอนนี้ ชาวบ้าน มีโซเชียล เขามองออกว่า เลือกตั้งผู้แทนเลือกคนที่จับต้องได้ โทรศัพท์รับสายได้ ผมพูดอย่างนั้น คนจะมองว่า ไม่ชื่นชมพรรค ผมต้องยอมรับว่าพรรคที่ผมอยู่ ตั้งแต่เป็นผู้แทน ตั้งแต่"พรรคพลังชล"ตั้งขึ้นมาผมก็เป็นผู้แทนได้ และมา"พลังประชารัฐ" เพิ่งตั้งเป็นผู้แทนได้ วันนี้ ผมมาอยู่"รวมไทยสร้างชาติ" ผมมั่นใจพี่น้องประชาชนเลือกตัวบุคคลในพื้นที่ผมต่างจากพื้นที่อื่น
วิเคราะห์การเลือกตั้งโซนภาคกลาง ภาคตะวันออก ตก
นอกจากต้องรับผิดชอบการทำพื้นที่หาเสียงในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีถึง 10 เขตเลือกตั้ง สุชาติ ยังได้รับมอบหมายในการดูแลพื้นที่เลือกตั้งโซนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก
"สุชาติ" ออกตัวว่า ขอใช้คำว่าช่วยดูแลดีกว่า โดยดูแลภาคตะวันออกเป็นหลัก เพราะเป็นส.ส.เก่า เป็นรมต.มีเพื่อนและผู้สนใจเป็นผู้แทนใน"พรรครวมไทยสร้างชาติ" โซนนี้แข็งแรงหลายคน ภาคกลาง ภาคตะวันตก มีเพื่อนก็ดูแลทั้งเส้น
"ถามว่าเรามั่นใจขนาดไหน เราต้องมั่นใจ เพราะวัฒนธรรมการเลือกตั้งในโซนภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก เขาเลือกในบริบทประชากรต่างกันเล็กน้อย อย่างภาคตะวันออก ชลบุรี จะเลือกในความคล่องตัว รู้บริบทการเมือง ภาคตะวันตกก็คล้ายๆกัน เช่น เพชรบุรี เมื่อก่อนนี้ เป็นประชาธิปัตย์(ปชป.) มานาน ทำไมเปลี่ยนเป็น"พปชร." ยกจังหวัด และวันนี้ จะไปทำพื้นที่ในฐานะ"รวมไทยสร้างชาติ" บริบทต่างกัน ไม่เหมือนภาคอีสาน ภาคใต้ ซึ่งต้องยอมรับพรรคที่มีมายาวนานมีผู้แทนในโซนนั้นเยอะ
อย่างปชป.ในโซนภาคใต้ ภาคอีสานจะเหมือน พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และพรรคเพื่อไทย(พท.) แต่สำหรับ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่ยาวนาน เหมือนสองพรรคนี้ เพราะผู้แทนไปตามสภาวะของการเมือง
"ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก กระแสไม่เท่าไหร่ ไม่เหมือน กทม. ผู้แทนโซนนี้ ส่วนมากมาจาก สท. สจ. สส. มาเป็นลำดับขั้น แต่ผู้แทนในกทม.ที่ผ่านมา มีหลายท่านไม่เคยผ่าน ส.ก. สข. แต่เป็นส.ส.ได้เลย เหมือนกับเข้าโรงเรียน แถวบ้านผม ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ต้องมีความดีเป็นสิบๆปี ชาวบ้านจับต้องได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ลงแล้วได้เลย"
"สุชาติ" กล่าวว่า เลือกตั้งคราวที่แล้ว อยู่พปชร.จริง แต่คนที่เลือกเขา"เลือกลุงตู่" เป็นนายกฯ วันนี้เราอยู่รวมไทยสร้างชาติก็เลือก"ลุงตู่" เป็นนายกฯ ก็กลับมาเป็นบริบทเดิม
"ผมยกตัวอย่างซื้อหุ้นบริษัทหนึ่ง ซีอีโอผู้บริหารเก่ง ทำให้เรามีกำไร วันหนึ่ง ซีอีโอคนนี้ไปอยู่บริษัทหนึ่ง คุณจะเล่นหุ้นตัวเดิมหรือหุ้นตัวใหม่ ซึ่งตอนได้กำไรจากผู้บริหารคนนี้ คำตอบก็เล่นหุ้นตามผู้บริหารคนนั้น"
สำหรับภาคตะวันออกมีความเลื่องลือเกี่ยวกับปัญหาอิทธิพลในพื้นที่ "สุชาติ" บอกว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ ของจังหวัดที่เป็นนักสู้ การเมืองแข่งขันกันด้วยศักดิ์ศรี เราเติบโตมาด้วยการเป็นนักสู้อยู่แล้ว ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องทำธุรกิจ ทั้งความเป็นอยู่ คนชลบุรี มีศักดิ์ศรี เราไม่ให้ใครรังแกง่ายๆ เราต่อสู้แบบนี้ ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่เราไม่ถึงขั้นทะเลาะกันแบบนั้นไม่มี แพ้ชนะคือคนบ้านเดียวกันทั้งนั้น แพ้คือแพ้ ชนะทำงานรับใช้ต่อ แพ้เขาไม่เลือกเราก็อยู่บ้าน มีแค่นั้น
การเลือกตั้งในเขตชลบุรีครั้งนี้ มีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน สิบเขต แตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 62 สุชาติ บอกว่า "ผมตั้งเป้าสูงอยู่แล้ว ทำพื้นที่มานาน ตัวผู้สมัครมีศักยภาพทุกคน เราตั้งเป้าสูง แต่ถ้าบอก 10 เขตจะเอาทั้งหมดก็จะเวอร์ไป อีกประการคนที่อยู่พปชร.เก่า มีแนวโน้มมากับผม ถ้าเขาไม่มาก็ต้องต่อสู้กับผม เขาต้องมาอยู่แล้ว
"สภากาแฟมองว่า ผมมีความแข็งแรง มีฐานเสียงมวลชน ในเขตอำเภอเมือง และรอยต่อ เขต 1 ไปถึงเขตอื่นๆ ที่มีฐานเสียงอยู่ก่อนแล้ว จึงเป็นความโชคดี เรามั่นใจอย่างน้อย 6 ที่นั่งไม่เหนื่อย ส่วนจะขยับเป็น เจ็ดหรือแปดที่นั่ง อยู่ที่วันเลือกตั้งใกล้ๆอีกครั้ง " สุชาติ กล่าวย้ำ
มีแต่กระแส ไม่มีกระสุน ใช้สู้ศึกเลือกตั้ง
"สุชาติ" ยืนยันว่า ศักยภาพที่เรามีเครือข่ายทำให้เราตัวเบา เป็นจังหวัดไม่เหมือนจังหวัดอื่น พื้นที่ชลบุรี ในกลุ่มบ้านจัดสรร บางครั้งเลือกด้วยความศรัทธา ความเป็นตัวตนเรา
"ส่วนที่มีการพูดถึงกระสุน ผมไปทำไม่ได้เลย ไม่ได้ว่าพื้นที่ใครต้องใช้หรือไม่ใช่แต่พูดด้วยความสัตย์จริงไม่เคยใช้ ไปเช็กได้เลย ผมมีแต่ต้องทำให้ดี การเลือกตั้งครั้งแรก ผมได้คะแนน 3-4 หมื่นกว่าคะแนน ครั้งที่สอง(ปี62 ) ผมตั้งเป้าได้มากกว่าเดิมยี่สิบเปอร์เซนต์ ปรากฎว่า ได้ตามนั้น เพราะผมบอกกับทีมงาน บอกผู้นำท้องถิ่นที่สนิทว่า ปี 54 ถึง 62 เกือบแปดปี ผมเปลี่ยนแปลงตัวเองไหม ผมเหมือนเดิมไหม และผมเป็นผู้แทนแล้วทำตัวแย่หรือใช้ไม่ได้ไหม เพราะฉะนั้นผมต้องได้มากกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมคิด
"อย่างที่บอก เราไม่เคยใช้เม็ดเงิน สิ่งที่ชาวบ้านเลือก เลือกเพราะมองว่าผมทำงานติดดิน เลือกกี่ครั้ง ต้องเลือกผมเพราะไม่เคยให้อะไร แค่ให้รู้ว่า อย่าทำตัวเสียชื่อคนชลบุรี ทำไมผมตัดสินใจเลือก"ลุงตู่" เพราะผมต้องให้รู้ว่าคนชลบุรีนิสัยยังไง ชัดเจน "
"มีคนบอกไปลุงตู่ เหวนะ เหวก็คือเหว นิสัยผมเหวก็คือเหว แต่จะทำให้รู้ว่า ถ้าผมเป็นคนชักข้าชักออก ถอยไปถอยมาไม่มีความชัดเจนเลย มันจะไม่ใช่คนชลบุรี ผมอายเขา กลับบ้านไม่ได้" เสี่ยเฮ้ง แห่งชายฝั่งตะวันออก กล่าว
"สุชาติ" กล่าวต่อไปว่า ผมลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. เขตเหมือนเดิม ซึ่ง มีคนถามผมทำไมไม่ลงบัญชีรายชื่อ ผมเป็นนักสู้ ผมลงปุ๊บทำให้เขตที่ผมติดกับผมทั้งหมด ชาวบ้านได้รู้ว่าเป็นทีมเดียวกัน ถ้าผมลงปาร์ตี้ลิสต์เป็นเบอร์ต้นๆอยู่แล้ว ได้อยู่แล้ว แต่ทำไมไม่ลงผมต้องการชัดเจน ใส่สกอร์ให้พรรค ผมนักสู้ และจะเป็นแลนด์สไลด์ให้กับทุกเขต"
กรณีพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะ"ชนะแลนด์สไลด์" เป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนว่า "นักสู้แห่งเมืองชล" ตอบด้วยเสียงหนักแน่นว่า "เป็นไปไม่ได้" โดยวิเคราะห์เหตุปัจจัยที่เป็นไปไม่ได้คือ หนึ่งพรรคภูมิใจไทย มีความแข็งแรงในพื้นที่อีสาน ส่วนเพื่อไทยแข็งแรงในอีสาน สู้กันอยู่ อีสาน132 เขต ถ้ายกให้พรรคเพื่อไทยที่บอกว่าแลนด์สไลดหมดเลย ภาคอื่น เช่น ภาคเหนือ ยกอีกไหม ห้าสิบกว่าเขตเป็นไปได้ไหม และภาคอื่นอีก กทม.จะยกหรือ ภาคใต้ยาก กลางออกตกสู้กันแรงอยู่แล้ว ไม่มีทางกินผมได้ แล้วจะแลนด์สไลด์ตรงไหน"
"ถ้าภท.ได้สักสี่สิบห้าสิบที่นั่ง ไปกลับร้อยที่นั่ง ภท.ก็แข็งแรง ทุกคนมีบริษัท มีการตลาดของแต่ละพรรค จะพูดอย่างไรให้คนคล้อยตาม แต่คนเล่นหุ้นเขาเล่นเป็น กำไรอะไรพันเปอร์เซ็นต์ เอาตรรกะตรงไหน" สุชาติ กล่าวถึง พรรคเพื่อไทยที่ใช้สโลแกน แลนด์สไลด์มาหาเสียง
ชมคลิป >>>>ฝ่าสมรภูมิเลือกตั้ง "เพื่อไทย"แลนด์สไลด์เป็นไปได้หรือ