เนชั่นทีวี

ข่าว

มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ เปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์

21 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ เปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์

มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ ติดตามพัฒนาแหล่งน้ำ พร้อมเดินหน้า 5 ภารกิจด่วนกระทรวงมหาดไทย พร้อมเปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ พร้อมประชุมมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายประกาศ ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายรองรัตน์ จงอุตส่าห์ ปลัดจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ นายเรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ และนายภุชงค์ สุภัควรางกูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ เปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์ มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ เปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์ มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ เปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์

ภารกิจครั้งนี้ครอบคลุมทั้ง อำเภอเขวาสินรินทร์และอำเภอศีขรภูมิ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ รับฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชุมมอบนโยบายแก่ฝ่ายปกครองและส่วนราชการ เพื่อให้การพัฒนาในแต่ละพื้นที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า การทำงานของส่วนราชการต้องไม่รอให้ปัญหาขยายตัว แต่ต้องลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง นำข้อมูลและข้อเท็จจริงจากพื้นที่มาปรับเป็นแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง พร้อมยึดหลัก ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

มท.3 ลุยเขวาสินรินทร์–ศีขรภูมิ เปิดแผนพลิกโฉมสุรินทร์

ในช่วงเช้า นายเจเศรษฐ์ลงพื้นที่ สระหนองโคก หมู่ที่ 3 ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ เพื่อติดตาม โครงการก่อสร้างพัฒนาเมืองและปรับปรุงภูมิทัศน์สระหนองโคก ซึ่งมุ่งพลิกฟื้นพื้นที่โดยรอบแหล่งน้ำให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน

 

การพัฒนาครอบคลุมการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบสระ การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 5 เมตร ระยะทางประมาณ 450 เมตร ทางเดินริมสระกว้างประมาณ 3 เมตร ระบบไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ ศาลาพักผ่อน ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง

นายเจเศรษฐ์ เน้นย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการก่อสร้างหรือปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม แต่ต้องคิดต่อว่า เมื่อโครงการเสร็จแล้ว ประชาชนจะได้อะไรจากพื้นที่แห่งนี้ และจะสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวได้อย่างไร

 

นายเจเศรษฐ์ ยังได้เดินทางต่อไปยัง บ้านพันษี ตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามการพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำในชุมชน โดยลงพื้นที่ตรวจการปรับปรุงภูมิทัศน์ สระน้ำหนองเจริญ หมู่ที่ 5 ตำบลจารพัต ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาดำเนินการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์พื้นที่และยกระดับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

 

ในการลงพื้นที่ดังกล่าว นายเจเศรษฐ์ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุรินทร์ รวมถึงฝ่ายปกครองอำเภอศีขรภูมิ เพื่อรับทราบความคืบหน้า ปัญหา และข้อเสนอจากพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้การพัฒนาแหล่งน้ำคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว ทั้งในด้านการเป็นพื้นที่สาธารณะ การพักผ่อน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน พร้อมเร่ง 5 ภารกิจด่วนมหาดไทย ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

 

1. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและลดภาระค่าครองชีพส่งเสริมโครงการ “ไทยช่วยไทย” การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

2. ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะ

3. เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ให้ฝ่ายปกครองทำงานร่วมกับ ปภ. อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน ไปจนถึงการเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

4. ยกระดับการบริการประชาชน ผลักดันบริการภาครัฐให้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

5. ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เดินหน้าการบำบัดรักษาผู้เสพในชุมชน ควบคู่กับการตัดวงจรยาเสพติด โดยให้หน่วยงานรัฐทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ

 

นายเจเศรษฐ์ ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ส่วนราชการต้องทำงานใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ไม่รอให้ปัญหาขึ้นมาถึงข้างบน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงจุดและรวดเร็ว ขณะเดียวกันทุกโครงการต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของประชาชน พร้อมกำชับฝ่ายปกครองให้เดินหน้านโยบาย เฝ้าระวังผู้กระทำความผิดทางเพศที่พ้นโทษ โดยกรมการปกครองร่วมกับกรมคุมประพฤติแจ้งข้อมูลผู้กระทำผิดย้อนหลัง 3 ปีให้พื้นที่รับทราบ เพื่อให้จังหวัดและอำเภอจัดตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวัง และป้องกันไม่ให้เข้าใกล้สถานที่เสี่ยง เช่น โรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมติดตามพฤติกรรม และให้พื้นที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องได้รับการติดตามเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันเหตุและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

 

นายเจเศรษฐ์ ยังกำชับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ บูรณาการกับท้องถิ่นและท้องที่ เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ เครื่องมือ เครื่องจักรกล และบุคลากรให้พร้อม โดยเฉพาะ ระบบแจ้งเตือนภัย ที่นายอำเภอต้องเร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูล เพื่อส่งข้อความ Cell Broadcast ไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

 

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ได้ปรับเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครอบครัว ผ่านระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อลดภาระเงินสะสมของท้องถิ่น โดยครอบคลุมถึงบ้านเรือนที่ไม่มีเลขที่และบ้านเช่าด้วย

 

นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ยังเสนอแนวคิดให้การพัฒนาพื้นที่สาธารณะคำนึงถึง เด็กและเยาวชนในชุมชน โดยเฉพาะการจัดให้มีพื้นที่สำหรับสร้างสระว่ายน้ำ เพื่อให้เด็กในพื้นที่มีโอกาสเรียนรู้และฝึกทักษะการว่ายน้ำ ซึ่งเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางน้ำและการจมน้ำในเด็ก

 

“พื้นที่ที่เราพัฒนาไม่อยากให้เป็นเพียงสถานที่ที่สวยงาม แต่ต้องเกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็ก ๆ หากสามารถมีพื้นที่สำหรับฝึกว่ายน้ำ ให้เด็กในชุมชนได้เรียนรู้และว่ายน้ำเป็น ก็จะเป็นการสร้างทักษะชีวิตและช่วยลดความเสี่ยงจากการจมน้ำได้ เพราะเรื่องความปลอดภัยของเด็กเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด