สว.กอบ ค้านถอดถอน กกต. ยันยึด รธน.60 เตือนอย่าใช้กฎหมู่
21 ก.ย. 2569 | titayu_pur

สว.กอบ อภิปรายค้านข้อเสนอให้อำนาจประชาชนถอดถอน กกต. ย้ำต้องยึดรัฐธรรมนูญ 2560 ชี้การแก้กฎหมายต้องเริ่มที่ สส. เตือนสังคมอย่าสร้างค่านิยมกฎหมู่เหนือข้อกฎหมาย
ข่าว
21 ก.ย. 2569 | titayu_pur

สว.กอบ อภิปรายค้านข้อเสนอให้อำนาจประชาชนถอดถอน กกต. ย้ำต้องยึดรัฐธรรมนูญ 2560 ชี้การแก้กฎหมายต้องเริ่มที่ สส. เตือนสังคมอย่าสร้างค่านิยมกฎหมู่เหนือข้อกฎหมาย
KEY
POINTS
21 กันยายน 2569 พันตำรวจเอกกอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ลุกขึ้นอภิปรายกลางที่ประชุมวุฒิสภา คัดค้านรายงานข้อเสนอให้อำนาจประชาชน ถอดถอน กกต.โดยย้ำว่า ต้องยึดหลักรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นหลักในการปกครอง และตั้งคำถามถึงการแอบอ้างประชาชนของ พรรคประชาชน พร้อมชี้ว่า การแก้กฎหมายต้องเริ่มที่สภาผู้แทนราษฎร เตือนทุกฝ่ายอย่าเบี่ยงเบนกระบวนการจนกลายเป็น กฎหมายไม่ใช่กฎหมู่
พันตำรวจเอกกอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายในการประชุมวุฒิสภา ระหว่างการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง รายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ภายหลังคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาแล้วเสร็จ กล่าวถึงข้อเสนอการให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอน กกต. ว่า จะต้องดูบริบทและความเป็นไปได้ ไม่สร้างความแตกแยก ปัจจุบันรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นหลักในการปกครองประเทศ ดังนั้น สว. ต้องอ่านให้เข้าใจ แต่ที่อ้างว่าประชาชนไม่รู้นั้น เป็นพรรคประชาชนหรือไม่ ซึ่งกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย จะเลี่ยงบาลีไม่ได้ อย่าทำกฎหมายให้เป็นกฎหมู่ โดยคนที่มีความรู้สูง ต้องมีความคิด จิตใจสูง และต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
พันตำรวจเอกกอบ ระบุว่า รายงานที่เสนอฉบับนี้ ตนมองว่าต้องแก้ไข หากจะคิดแก้กฎหมาย กกต. หรือกฎหมายเลือกตั้ง สส. ต้องไปเริ่มที่สภาผู้แทนราษฎร และควรคำนึงถึงสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ อย่าละเมิดสิทธิบุคคลอื่น และขอให้รู้ด้วยว่าคณะบุคคลที่กล่าวถึงนั้นมาตามกฎหมาย รวมถึงกรรมการองค์กรอิสระ คณะสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ที่ประธานสรรหาเป็นถึงประธานศาลฎีกาที่ไม่มีใครไม่ยอมรับ ส่วนองค์คณะทำรายงานเทียบความรู้ประสบการณ์ได้หรือไม่
พันตำรวจเอกกอบ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้วิจารณ์เรื่องการตรวจสอบการได้มาของ สว. ของ กกต. ว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ การตรวจสอบการเลือก สว. ได้ถูกตรวจสอบและไม่ได้ขัดขวาง ขณะที่ สว. ให้ความร่วมมือทุกเรื่อง ไม่แทรกแซงทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ผลเป็นอย่างไร สว. ไม่โวยวายและยอมรับการถูกตรวจสอบ แต่ผู้ที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนักหน่วงเพราะผลที่ออกมาไม่ถูกใจ โดยเสียงข้างมากในสำนวนตามกฎหมายกลายเป็นความไม่ถูกต้อง ส่วนเสียงข้างน้อยพบว่าสังคมชี้นำให้เกิดความไม่เป็นกลางในประเทศ