เนชั่นทีวี

ข่าว

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

08 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

มท.3 ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร – ย้ำป้องกันเชิงรุกก่อนเกิดภัย สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ-เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอนันต์ สิริพฤกษา ผู้ตรวจราชการกรม และนายประหยัด ตะคอนรัมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมติดตามการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อเร่งผลักดันการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถลดผลกระทบจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ในการติดตามครั้งนี้ นายประหยัด ตะคอนรัมย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ได้รายงานภาพรวมการดำเนินงานด้านการป้องกันน้ำท่วมของจังหวัด ทั้งการศึกษาและออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองสมุทรสาคร การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ ชุมชนท่าทราย ชุมชนบางกระเจ้า ชุมชนบางหญ้าแพรก และชุมชนโคกขาม พร้อมรายงานความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรค และแผนดำเนินงานในระยะต่อไป เพื่อให้การก่อสร้างทุกโครงการสามารถเชื่อมโยงกันเป็นระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดในระยะยาว

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดแนวทางป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมุ่งเน้นการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งควบคู่กับระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน ผ่านการออกแบบโครงสร้างหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่ “คันปิดกั้น” ซึ่งเป็นแนวสิ่งก่อสร้างสำหรับป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญ และ “ถนนเป็นคัน” ซึ่งเป็นการยกระดับถนนให้สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งเส้นทางสัญจรและแนวป้องกันน้ำท่วมในเวลาเดียวกัน พร้อมเร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการในพื้นที่ชุมชนท่าทรายและชุมชนบางกระเจ้า เพื่อให้ระบบป้องกันน้ำท่วมของจังหวัดมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ระหว่างติดตามความคืบหน้าโครงการ นายเจเศรษฐ์ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาที่ประชาชนสะท้อน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงจุด

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกก่อนเกิดภัย จึงได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของแนวกั้นน้ำ ขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ รวมถึงระบบระบายน้ำในชุมชน ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

 

“งานป้องกันน้ำท่วมต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกวันที่โครงการคืบหน้า คือความปลอดภัยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ความเดือดร้อนของประชาชนรอกระบวนการงบประมาณไม่ได้ ทุกหน่วยงานจึงต้องเร่งทำงานเชิงรุก เตรียมความพร้อมก่อนเกิดสถานการณ์ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

 

นายเจเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การติดตามความคืบหน้าโครงการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบการดำเนินงานตามภารกิจ แต่เป็นการย้ำให้ทุกหน่วยงานตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า เปลี่ยนแนวคิดจากการตั้งรับเมื่อเกิดน้ำท่วม มาเป็นการป้องกันเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง พร้อมฝากความห่วงใยถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามข่าวสารและการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากพบสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย เช่น น้ำล้นตลิ่ง ตลิ่งทรุด หรือมีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย ให้รีบแจ้งหน่วยงานราชการในพื้นที่หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เพื่อเข้าดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

 

:: “เจเศรษฐ์” ขับเคลื่อนการรับมือภัยพิบัติเชิงรุก ย้ำต้องนำหน้าสถานการณ์ สั่ง ปภ. วางเครื่องจักรกลล่วงหน้า ดูแลพื้นที่เสี่ยง “หนองคาย–เชียงใหม่–น่าน” ::

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (8 ก.ค.) นายเจเศรษฐ์ ยังได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้ยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยยึดหลัก “นำหน้าสถานการณ์ ไม่รอให้เกิดภัยก่อนค่อยเข้าช่วยเหลือ” พร้อมให้ใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศและการประเมินพื้นที่เสี่ยงเป็นเครื่องมือวางแผนบริหารทรัพยากรล่วงหน้า เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ซึ่งภายใต้ข้อสั่งการดังกล่าว ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตภาคอีสานและภาคเหนือ ได้เตรียมพร้อมและสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าในจังหวัดหนองคาย เชียงใหม่ และน่าน เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ตามที่ได้สั่งการทุกศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เตรียมพร้อมการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้กับจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูฝน โดยที่จังหวัดหนองคาย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 อุดรธานี ได้สนับสนุนรถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประภัย 6 คัน และเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 6 ลำ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ตามที่จังหวัดหนองคายร้องขอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่เสี่ยง 6 อำเภอ ประกอบด้วย  อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ อำเภอสังคม อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือ อพยพ และเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รวมถึงการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้สามารถเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปภ. ยังได้แนะนำการใช้งานอุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อช่วยให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว 

มท.3 ติดตามป้องกันน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร สั่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาฝาง ได้ร่วมกับอำเภอแม่อาย หมวดทางหลวงฝาง เทศบาลตำบลดอยลาง สำรวจพื้นที่ก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข 1314 บ้านดอยแหล่ม - โรงเรียนแม่อายวิทยาคม ที่เกิดการทรุดตัวของดิน เนื่องจากฝนตกสะสมในพื้นที่ ซึ่งทาง ปภ. จะได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ จะแจ้งปิดการใช้ถนนสายดังกล่าว ห้ามรถทุกชนิดสัญจรผ่าน เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในระยะนี้ที่มีฝนตกในพื้นที่ 

ขณะที่ จังหวัดน่าน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย ได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน สาขาเชียงกลาง ประสานองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย เข้าสำรวจพื้นที่และความเหมาะสมในการติดตั้งสะพานเบลีย์ ในพื้นที่บ้านศาลา หมู่ที่ 4 ตำบลเจดีย์ชัย สะพานเชื่อมต่อบ้านหนองเหงือก หมู่ที่ 3 ตำบลแง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรเครื่องจักรกล บุคลากร และเครื่องมือให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ข่าวล่าสุด