นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับการดำเนินการแก้ปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพราะสร้างผลกระทบอย่างรอบด้าน จากข้อมูล ปัจจุบันพบผู้ใช้สารเสพติด 1.6 ถึง 1.9 ล้านคนหรือคิดเป็น 3-4% ของประชากรทั้งหมด เนื่องจากมีราคาถูกเม็ดละ 20-30 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ ยาเสพติดจะเข้าไปทำลายสมองส่วนการคิดและมีเหตุผล แล้วไปกระตุ้นสมองส่วนอยากให้รุนแรงขึ้น ทำให้มาตรการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากจะเน้นการปราบปรามหรือบำบัดระยะสั้น ขาดการฟื้นฟูต่อเนื่องทำให้ผู้ป่วยกลับเข้าสู่วงจรเดิม ดังนั้นเราจึงต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากผู้เสพคือผู้ป่วยโรคสมองติดยา เมื่อบำบัดจนเสร็จสิ้น แล้วติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี จะช่วยลดโอกาสในการกลับไปเสพยาซ้ำได้มากขึ้น ที่สำคัญคือจะต้องร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบตามแนวทางชุมชนล้อมรักษ์ หรือ CBTx คือการให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้กำลังใจ การสร้างโอกาส และการพัฒนาอาชีพ จะช่วยยืดระยะเวลาการไม่กลับไปใช้สารเสพติดซ้ำอย่างน้อย 1 ปี
นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า แผนปฏิบัติการเชิงรุกพื้นที่ยุทธศาสตร์ 10 จังหวัดในปี 2569-2570 จะเน้นไปที่ 5 จังหวัด คือเชียงใหม่ น่านขอนแก่นอุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช เบื้องต้นมี 3 จังหวัดนำร่องพัฒนาอำเภอต้นแบบร่วมกับสำนัก 1 คือนครปฐม อุดรธานีและนครพนม ส่วน 2 จังหวัดที่มีความร่วมมืออยู่แล้วคือกระบี่และบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ระดับจังหวัดนั้นจำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนเชิงนโยบาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ต้องร่วมกันกำหนดนโยบายสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนทำงานสอดประสานกันสร้างกลไกป้องกันและแก้ปัญหาโดยใช้ชุมชน เป็นฐาน อย่างเป็นระบบ ทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกันทั้งหน่วยงานรัฐและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้อย่างแท้จริง
นพ.ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญรักษ์ขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเปิดมินิธัญญารักษ์ แล้ว 400 กว่าแห่ง เฉพาะขอนแก่นมีประมาณ 3-4 แห่ง รับดูแลระยะกึ่งวิกฤต หรือหลังภาวะฉุกเฉินผ่านการดูแลจากโรงพยาบาลชุมชนแล้วอาการดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ยังต้องการการติดตาม จึงส่งไปยังโรงพยาบาลชุมชนที่เปิดมินิธัญญารักษ์ เพื่อให้โรงพยาบาลที่ดูแลก่อนหน้านี้มีพื้นที่ในการดูแลผู้ป่วยรายอื่นต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนกับศูนย์พักคอย ซึ่งตามพ.ร.บ.ยาเสพติด จะมีหน่วยบริการสำหรับดูแลผู้ป่วยยาเสพติด 4 ประเภท คือ 1.ศูนย์คัดกรอง อยู่ตามรพ.สต.หรือหน่วยที่ตั้งขึ้น 2. สถานพยาบาลที่ดูแลโดยพยาบาล แพทย์ ทำการบำบัดฟื้นฟู 3.สถานฟื้นฟู อย่างมินิธัญญารักษ์ ทำหน้าที่ฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่ได้มีการให้ยาหรือทำหัตถการต่างๆ และ 4. ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ทำหน้าที่ติดตาม ช่วยเหลือ หลังจากที่คนไข้ผ่านการฟื้นฟูในสถานพยาบาล หรือสถานฟื้นฟูแล้ว เพื่อทำให้เขามีงานทำ เรียนได้ มีที่พัก เป็นต้น ซึ่งซีไอก็คือส่วนนี้
“จากข้อมูลสถิติตัวเลขทั้งประเทศ ผู้ที่เข้ารับการดูแลในมินิธัญญารักษ์นั้นค่อนข้างน่ากังวล เพราะตัวเลขอายุน้อยลงเรื่อยๆ บำบัด แต่เดิมเป็นวัยทำงานตอนกลาง หรือประมาณ 30-40 ปี แล้วค่อยๆ ขยับลงมา ตอนนี้ราวๆ 22-23 ปี เท่ากับว่า เป็นช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยใกล้จะจบ และกลุ่มเด็กก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ฉะนั้นเรากังวลว่าไม่ว่าจะวัยทำงานตอนต้นหากใช้ยาแล้วไม่ได้รับการดูแล อนาคตเขาจะเป็นแรงงานที่อาจมีปัญหา รวมถึงเด็กรุ่นถัดมาหากไม่จัดการก็จะมีปัญหา ดังนั้นสสส.จึงมีกระบวนการการส่งเสริมป้องกัน” นพ.ชาญชัย กล่าว