ไม่รอด! ตร.ภาค 4 รวบพ่อค้าขายบะหมี่โจรชิงทอง 26 บาท
21 ก.พ. 2569
ตร.ภาค 4 แถลงจับกุม "เก๋" พ่อค้าขายบะหมี่โจรบุกเดี่ยวชิงทอง 26 บาทที่บ้านทุ่ม สารภาพเตรียมการมาอย่างดี ซื้อรถมือสอง-ทำตะขอเกี่ยวทองเอง หวังล้างหนี้ครอบครัวและค่างวดรถ
ข่าว
21 ก.พ. 2569
ตร.ภาค 4 แถลงจับกุม "เก๋" พ่อค้าขายบะหมี่โจรบุกเดี่ยวชิงทอง 26 บาทที่บ้านทุ่ม สารภาพเตรียมการมาอย่างดี ซื้อรถมือสอง-ทำตะขอเกี่ยวทองเอง หวังล้างหนี้ครอบครัวและค่างวดรถ
21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น.ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายชลธิป หรือ “เก๋” (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาวบ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าชิงสร้อยคอทองคำรูปพรรณ ภายในห้างทองกรุงเทพเยาวราช บริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านทุ่ม ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ 14.07 น. ของวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำรูปพรรณที่เหลืออยู่ จำนวน 9 เส้น น้ำหนัก 21 บาท จากทั้งหมดที่ถูกชิงไป 11 เส้น น้ำหนัก 26 บาท
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้มีการวางแผนเตรียมก่อเหตุมาแล้วหลายวัน โดยไปซื้อรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ที่เทาดำ มือสองในราคา 7 พันบาท จากนั้นได้ศึกษาการหลีกไม่ให้ตำรวจจับกุมตัว ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ถุงมือในช่วงก่อเหตุ การซื้อเหล็กมาทำเป็นตะขอเพื่อใช้เกี่ยวทอง เพราะนายชลธิป เป็นช่างเหล็กมาก่อน จึงได้คิดการใช้ตะขอเกี่ยวทอง พร้อมการเปลี่ยนเสื้อผ้าในช่วงหลบหนี ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์โดยใช้เส้นทางสายรอง โดยได้ตระเวนดูร้านทองในพื้นที่ตำบลท่าพระ แล้วขับรถจักรยานยนต์ไปดูที่ตำบลบ้านทุ่ม จนกระทั่งวันที่ 14 ก.พ. 69 เตรียมที่จะก่อเหตุที่ร้านทองในตำบลบ้านทุ่ม แต่ไม่สบโอกาสจึงทำให้มาลงมือในวันที่ 15 ก.พ.69 ที่ห้างทองกรุงเทพเยาวราช ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น ได้ทองไปจำนวน 11 เส้น
ระหว่างทางหลบหนีผู้ต้องหาได้ทิ้งทองจำนวน 2 เส้น เมื่อกลับมาถึงบ้าน ที่บ้านเหล่าโพนทอง ได้นำทองมัดใส่ลวดไปหย่อนใส่ในเสาเหล็กกล่องที่ใช้ค้ำหลังคาหน้าบ้าน ต่อมาได้นำเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุไปเผา พร้อมกับนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งในสระน้ำ บ้านป่าสังข์ ตำบลดอนช้าง อำเภอเมืองขอนแก่น ห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งเคยเป็นที่ดินของตนเองก่อนขายให้กับคนอื่น แล้วกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในช่วงวันเกิดเหตุนายชลธิป ไม่ได้ไปขายก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะมาขายได้เมื่อ 2 วันก่อนถูกจับกุม
ทั้งนี้เมื่อตำรวจรวบรวมหลักฐานจนแน่ใจว่า นายชลธิปเป็นคนร้ายก่อเหตุชิงทองจริง จึงได้เข้าไปควบคุมขณะกำลังขายก๋วยเตี๋ยวเมื่อวานนี้ (20 ก.พ.2569) ซึ่งนายชลธิป รับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นนายหน้าขายที่ดิน และมีหนี้สิน ที่จะต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกทั้งค่างวดรถยนต์ ที่ติดค้างหลายงวด จึงวางแผนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง สุดท้ายถูกตำรวจใช้เวลา 5 วัน จนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด
