เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉเพื่อนบ้านแสบ ขโมย ATM ยายพิการ กดเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะติด "ปั่นสล็อต"

24 ม.ค. 2568 | thunchanok_kul

แฉเพื่อนบ้านแสบ ขโมย ATM ยายพิการ กดเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะติด "ปั่นสล็อต"

แฉเพื่อนบ้านแสบ ขโมย ATM ยายพิการ กดเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะติด "ปั่นสล็อต" ผญบ.เผย เคยช่วยไกล่เกลี่ย แต่ตกลงกันไม่ได้ ก่อนหนีไปชลบุรี ตำรวจเตรียมออกหมายจับ

จากรณี นางจวน จามมะเริง อายุ 80 ปี ยายพิการหลังค่อม อาศัยอยู่บ้านศิลาชัย ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีอาชีพหาบเร่ขายขนม และกับข้าวถุง ตามสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อเลี้ยงชีพ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกเพื่อนบ้านสุดแสบแอบขโมยบัตร ATM ไปกดถอนเงินที่คุณยายฝากเก็บสะสมวันละ 100 – 200 บาท มานานหลายปี รวมเป็นเงินกว่า 150,000 บาท หายเกลี้ยงบัญชี โดยยายได้นำหลักฐานไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.2567 ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบมีการถอนเงินออกมากกว่า 10 ครั้ง ภายในระยะเวลาครึ่งเดือนหมดเกลี้ยงบัญชี เหลือ 0 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

แฉเพื่อนบ้านแสบ ขโมย ATM ยายพิการ กดเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะติด "ปั่นสล็อต"

24 มกราคม 2568 ล่าสุด ทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านคุณยายจวน ก็พบคุณยาย เพิ่งจะกลับจากไปเร่ขายขนมและกับข้าว ซึ่งปัจจุบันคุณยาย อาศัยที่บ้านลำพัง เนื่องจากสามีเสียชีวิต ส่วนลูกชายที่มีเพียงคนเดียว ก็มีครอบครัวแล้ว และไปทำมาหากินที่ต่างจังหวัด ก็จะมาเยี่ยมแม่เป็นระยะ 
คุณยายจวน บอกว่า วันนี้หลังจากขายของเสร็จ ก็ได้นำเงินที่ได้จากการขายของไปฝากที่ธนาคาร จำนวน 100 บาท ก็ต้องเริ่มเก็บสะสมใหม่ เพราะไม่รู้ว่าเงินที่เพื่อนบ้านขโมยบัตร ATM ไปถอนจนเกลี้ยงบัญชีจะได้คืนหรือไม่ ซึ่งเงินที่ถูกขโมยถอนไปเป็นเงินที่เก็บออมไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิต ยามเจ็บป่วย และหมดเรี่ยวแรง รวมถึงหากวันหนึ่งเสียชีวิต ลูกก็จะได้นำเงินจำนวนนี้จัดงานศพและทำบุญให้กับแม่ เพราะไม่อยากให้ลูกเดือดร้อน หรือเป็นภาระ เพราะลูกเองก็ต้องดิ้นรนทำมาหากินเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกคนที่ไว้ใจแอบขโมยถอนจนเกลี้ยงบัญชี 

ยายจวน ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาตนจะวานเพื่อนบ้านคนนี้ส่งไปขายของบ้าง หาหมอบ้าง บางครั้งก็ให้พาไปถอนเงินบ้าง ก็จะให้เงินเป็นน้ำใจตอบแทนครั้งละ 50 บาท จนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ กระทั่งล่าสุดประมาณ เดือน ต.ค.2567 ก็วานให้พาไปโอนเงินให้ลูกชาย โดนให้เพื่อนบ้านคนดังกล่าวเป็นคนใช้บัตร ATM กดโอนให้ลูกชาย 2,000 บาท แต่พอเขาโอนเสร็จก็ไม่ได้คืนบัตร ATM ให้ ตนเองซึ่งแก่แล้วก็หลงลืมจำไม่ได้ว่าเขาคืน หรือยังไม่คืน 

แฉเพื่อนบ้านแสบ ขโมย ATM ยายพิการ กดเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะติด "ปั่นสล็อต"

จากนั้นก็กลับบ้านและใช้ชีวิตตามปกติ ไปเร่ขายของเหมือนเดิม ถ้าวันไหนเหนื่อยไม่สบายไปไม่ไหว ก็จะไม่มีเงินไปฝากธนาคาร กระทั่งเดือน พ.ย.2567 ลูกชายกลับมาบ้านตนก็ให้ลูกชายพาไปธนาคาร เพื่อจะถอนเงินให้ลูกเป็นค่ารถ แต่หาบัตร ATM ไม่เจอก็คิดว่าทำหาย จึงใช้สมุดบัญชีไปเบิกแทน แต่พอเจ้าหน้าที่ปรับสมุดบัญชีดู กลับพบว่าเงินในบัญชีเหลือ 0 บาท มีการกดถอนออกมากกว่า 10 ครั้ง ก็ตกใจ พยายามนึกย้อนหลังว่าใครที่รู้รหัสบัตร ATM บ้าง ก็จะมีแค่ตัวเอง ลูกชาย และเพื่อนบ้านคนดังกล่าวเท่านั้น จึงมั่นใจว่าเป็นเพื่อนบ้านคนนี้ จึงได้สอบถามเขาก็ยอมรับว่าแอบขโมยบัตร ATM ไปถอนเงินจริง เพราะเขาติด "ปั่นสล็อตออนไลน์" ลูกชายจึงพาไปแจ้งความ เขารับปากจะหาเงินมาทยอยคืน แต่ผ่านไปเกือบ 2 เดือน ก็ยังไม่คืนสักบาท ก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินคืนหรือไม่

จากนั้นทีมข่าวได้ไปที่บ้านของนายหลุยส์ เพื่อนบ้านคนที่ยอมรับว่า แอบถอนเงินยายไป เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงอีกด้าน แต่ไม่เจอนายหลุยส์ อยู่ที่บ้าน เจอเพียง น.ส.ยุทธนา พี่สาวของนายหลุยส์ ก็บอกว่า หลังเกิดเหตุน้องชายก็ไปทำงานกับพี่สาวอีกคนที่ จ.ชลบุรี เพื่อจะหาเงินมาทยอยคืนให้กับคุณยาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวเองและคนในครอบครัวก็รู้สึกเสียใจ และสงสารคุณยาย เข้าใจว่าเป็นเงินที่คุณยายหามาด้วยความลำบาก 

ส่วนตัวในฐานะพี่สาว ถ้ามีเงินก็อยากจะช่วยจ่ายคืนให้ แต่ลำพังจะหากินในครอบครัวตัวเองก็ยังไม่พอ ที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะทยอยหาเงินมาคืนให้ยาย แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ เพราะลูกชายเขาบอกจะเอาเป็นเงินก้อนเลย อย่างไรก็ตาม ก็มีตำรวจติดต่อไป ตนก็อยากให้น้องมาพบตำรวจ และพูดคุยกับคุณยายว่าจะเอายังไง แต่หากน้องหาเงินมาคืนไม่ได้ตามที่รับปาก ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย 

แฉเพื่อนบ้านแสบ ขโมย ATM ยายพิการ กดเงินเกลี้ยงบัญชี เพราะติด "ปั่นสล็อต"

ขณะที่ นายอุกฤช จงใจงาม ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 บ้านศิลาชัย บอกว่า หลังเกิดเหตุคุณยาย กับลูกชายก็ได้มาปรึกษาตนเอง ก็ได้มีการพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย โดยฝั่งผู้ก่อเหตุบอกว่า จะทยอยหาเงินมาจ่ายคืนคุณยายเดือนละ 2,000 – 3,000 บาท โดยงวดแรกจะจ่ายให้คุณยายก่อน 2,000 บาท แต่ฝั่งลูกชายคุณยาย บอกว่า อย่างน้อยงวดแรกก็จะน่าจะเป็นก้อนสัก 50,000 บาท แล้วที่เหลือค่อยทยอยจ่าย แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่มีเงินก้อนให้ สุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้ ผู้เสียหายจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ 

ส่วนตัวก็เห็นใจคุณยาย เพราะกว่าจะได้เงินแต่ละบาทต้องเร่ขายของ ทั้งที่อายุมากแล้ว ส่วนตัวเองก็ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยเท่านั้น แต่หากตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย 

นายอุกฤช จงใจงาม ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 บ้านศิลาชัย

ขณะที่ พนักงานสอบสวน เบื้องต้นก็ได้สอบปากคำผู้เสียหาย และทำหนังสือขอรายการเบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย และภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหากดเงิน และได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ผู้ต้องหายังไม่มาพบพนักงานสอบสวน ตอนนี้อยู่ระหว่างรอครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 และภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ก็จะทำการขออนุมัติศาลออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไป 

อย่างไรก็ตาม หากใครอยากจะช่วยเหลือคุณยายจวน สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นางจวน จามมะเริง เลขที่บัญชี 308-3-29918-4 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ หรือ อยากอุดหนุนขนมและกับข้าวของคุณยาย ก็สามารถไปอุดหนุนคุณยายอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัด 

ข่าวล่าสุด