จากนั้นทีมข่าวได้ไปที่บ้านของนายหลุยส์ เพื่อนบ้านคนที่ยอมรับว่า แอบถอนเงินยายไป เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงอีกด้าน แต่ไม่เจอนายหลุยส์ อยู่ที่บ้าน เจอเพียง น.ส.ยุทธนา พี่สาวของนายหลุยส์ ก็บอกว่า หลังเกิดเหตุน้องชายก็ไปทำงานกับพี่สาวอีกคนที่ จ.ชลบุรี เพื่อจะหาเงินมาทยอยคืนให้กับคุณยาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวเองและคนในครอบครัวก็รู้สึกเสียใจ และสงสารคุณยาย เข้าใจว่าเป็นเงินที่คุณยายหามาด้วยความลำบาก
ส่วนตัวในฐานะพี่สาว ถ้ามีเงินก็อยากจะช่วยจ่ายคืนให้ แต่ลำพังจะหากินในครอบครัวตัวเองก็ยังไม่พอ ที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะทยอยหาเงินมาคืนให้ยาย แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ เพราะลูกชายเขาบอกจะเอาเป็นเงินก้อนเลย อย่างไรก็ตาม ก็มีตำรวจติดต่อไป ตนก็อยากให้น้องมาพบตำรวจ และพูดคุยกับคุณยายว่าจะเอายังไง แต่หากน้องหาเงินมาคืนไม่ได้ตามที่รับปาก ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
ขณะที่ นายอุกฤช จงใจงาม ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 บ้านศิลาชัย บอกว่า หลังเกิดเหตุคุณยาย กับลูกชายก็ได้มาปรึกษาตนเอง ก็ได้มีการพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย โดยฝั่งผู้ก่อเหตุบอกว่า จะทยอยหาเงินมาจ่ายคืนคุณยายเดือนละ 2,000 – 3,000 บาท โดยงวดแรกจะจ่ายให้คุณยายก่อน 2,000 บาท แต่ฝั่งลูกชายคุณยาย บอกว่า อย่างน้อยงวดแรกก็จะน่าจะเป็นก้อนสัก 50,000 บาท แล้วที่เหลือค่อยทยอยจ่าย แต่อีกฝ่ายบอกว่าไม่มีเงินก้อนให้ สุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้ ผู้เสียหายจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์
ส่วนตัวก็เห็นใจคุณยาย เพราะกว่าจะได้เงินแต่ละบาทต้องเร่ขายของ ทั้งที่อายุมากแล้ว ส่วนตัวเองก็ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยเท่านั้น แต่หากตกลงกันไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
ขณะที่ พนักงานสอบสวน เบื้องต้นก็ได้สอบปากคำผู้เสียหาย และทำหนังสือขอรายการเบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย และภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหากดเงิน และได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ผู้ต้องหายังไม่มาพบพนักงานสอบสวน ตอนนี้อยู่ระหว่างรอครบกำหนดหมายเรียกครั้งที่ 2 และภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ก็จะทำการขออนุมัติศาลออกหมายจับตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากใครอยากจะช่วยเหลือคุณยายจวน สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นางจวน จามมะเริง เลขที่บัญชี 308-3-29918-4 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ หรือ อยากอุดหนุนขนมและกับข้าวของคุณยาย ก็สามารถไปอุดหนุนคุณยายอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัด