ต่อมามีการรายงานไปทาง สพฐ.และส่งต่อไปผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง พมจ.,คุ้มครองเด็ก,นักจิตวิทยา ลงพื้นที่บ้านเด็กและเข้ามาช่วยกันสอบเด็กที่ สภ.สวนผึ้ง โดยทางสำนักงานเขตการศึกษา ได้ออกหนังสือรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับผู้ร้องเรียน และตนได้ออกหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับผู้ปกครองและชุมชนรับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจ และขั้นตอนการดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเป็นธรรม
จากการสอบเบื้องต้นทางครูผู้ก่อเหตุ ได้ยอมรับว่าทำจริง และลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ต่อหน้า ผอ. และทางสำนักงานเขตได้สั่งย้ายครูคนดังกล่าวไปช่วยงานที่สำนักงานเขตก่อน ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองกังวลใจ และห่วงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม วิตกว่าจะปกป้องครูในโรงเรียนเดียวกันนั้น ตนขอยืนยันในฐานะตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน จะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการเข้าข้างใครแน่นอน
และสำหรับผู้ปกครองท่านใดที่เป็นผู้เสียหายสามารถไปแจ้งความเอาผิดได้ที่ สภ.สวนผึ้ง และอยากชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่มีข่าวว่าเป็นเด็กกะเหรี่ยงจึงไม่ใส่ใจ ไม่สนใจจะทำ ตนขอเปิดใจ ตนมารับหน้าที่เป็น ผอ.ที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเป็นโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ตนมองว่าเด็กนักเรียนทุกคนเป็นคนไทยยืนอยู่พื้นแผ่นดินไทย ไม่มีการแบ่งแยกแน่นอน เราไม่ได้นิ่งนอนใจ อยากขอให้ความเป็นธรรมกับทางโรงเรียนด้วย
ต่อมาทาง พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 พร้อม พล.ต.ต.วชิราพงศ์ อมราพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เร่งรัดสั่งการดำเนินการเร่งรัดคดีให้คลี่คลาย จนกระทั่ง ออกหมายจับ นายกฤชฐา (สงวนนามสกุล) หรือ "ครูเต้นท์" อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ โดยตั้ง 4 ข้อหาดังนี้
- กระทำชำเราเด็ก อายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
- เป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการหรือผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์หรือในความอนุบาล
- กระทำอนาจารแก่เด็ก อายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
- พรากเด็ก อายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากมารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่ออนาจาร
โดยตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ที่สำนักงานเขตการศึกษาที่ 1 และก่อนคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สวนผึ้ง เจ้าหน้าที่ ได้นำตัว "ครูเต้นท์" ไปค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพักในโรงเรียนที่เกิดเหตุ
จากนั้น ควบคุมตัวทำแผนที่เกิดเหตุ 2 จุด คือบ้านพักครู และห้องเรียน ตาม 4 ข้อกล่าวหา ที่ก่อนหน้าที่ทางผู้ปกครองได้พา 3 นักเรียน เข้าแจ้งความ เมื่อวันพุธที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา จนถูกออกหมายจับ โดยภายหลังทำแผนเสร็จ ตำรวจได้นำตัวครูเต้นท์กลับ สภ.สวนผึ้ง ทันที
ส่วนเด็กนักเรียนอีก 9 ราย ที่มาแจ้งเพิ่มเติม พนักงานสอบสวน จะเร่งสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ ก่อนส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย เพื่อพิจารณา แจ้งข้อหา "ครูเต้นท์" เพิ่มเติม และนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดราชบุรีต่อไป
ขณะที่ น.ส.บัว ( นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า "ครูเต้นท์" เป็นครูที่มีนิสัยน่ารัก พูดจาไพเราะ สนุกสนานเป็นกันเอง พอทราบข่าวรู้สึกตกใจ และเสียใจ ไม่คิดว่า "ครูเต้นท์" จะทำจริง ไม่อยากจะเชื่อ จนคิดว่าครูเขาเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ใจหนึ่งก็สงสาร แต่ถ้าครูทำผิดก็ต้องยอมรับผลการกระทำของตัวเอง
นอกจากนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเข้าตรวจสอบทางโรงเรียนที่เกิดเหตุ พร้อมจัดกำลังตำรวจ ไปรับแจ้งความที่บริเวณใกล้โรงเรียน เนื่องจากพบว่ามีนักเรียนอีกหลายสิบคนที่อ้างว่าถูกกระทำด้วย แต่ไม่สามารถเดินทางมาแจ้งความได้ที่ สภ.สวนผึ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติของ "ครูเต้นท์" พบว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี แต่ครั้งนั้นไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากทางผู้ปกครองของนักเรียน มีหลักฐานไม่เพียงพอ จน "ครูเต้นท์" ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนแถวสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งจากการสอบถามนักเรียน ทราบว่า ครูเต้นท์ ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนเกิดเหตุเกือบ 2 ปี และได้ล่วงละเมินทางเพศกับเด็กนักเรียนมากกว่า 40 ราย
ด้าน พ.ต.อ.อำนวย เด่นเวหา ผกก.สภ.สวนผึ้ง เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งเหตุได้ประสานทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำผู้เสียหายจากนั้นก็ได้ไปขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.ราชบุรี และไปจับกุมตัวครูที่ก่อเหตุได้ทันที และนำตัวกลับมาตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม
เบื้องต้น ครูได้ยอมรับสารภาพ แต่ไม่รับทั้งหมด เนื่องจากได้เคยกระทำกับหลายคน จึงไม่ทราบแน่ชัดว่ามีคนไหนบ้างที่เคยกระทำ ซึ่งพฤติกรรมส่วนตัวนั้นชอบเรื่องแบบนี้ และสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทั้งชายและหญิง