จากกรณี ลูกสาวร้องเรียนผู้สื่อข่าว ไม่เชื่อว่าพ่อวัย 64 ปี จะตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ยายวัย 70 ปี เนื่องจากพ่อป่วย และขาลีบ ไม่น่ามีเรี่ยวแรงที่จะกระทำใครได้ อีกทั้งเวลาเดินยังต้องใช้ไม้ค้ำช่วยพยุงร่างกาย กรณีดังกล่าวพ่ออาจถูกกลั่นแกลง และตำรวจไม่ยอมให้ญาติประกันตัว จนพ่อเกิดอาการช็อกคาโรงพัก ต้องหามส่งโรงพยาบาลกลางดึกทีผ่านมา
วันที่ 5 กันยายน 2567 ช่วงสายที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามนางสาวทวินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี หรือ ปุ๊ ลูกสาวยายวัย 70 ปี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ศรีบรรพต ที่ขนำในสวนสละ พบว่ายายวัย 70 ปี นอนเจ็บอย่างน่าเวทนา ตรงแผ่นหลังมีบาดแผลเขียวช้ำ อักเสบ บวม จากรอยลาก นอนร้องควนครางตลอดเวลา
โดยนางสาวปุ๊ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุ แม่ไม่ยอมบอกความจริง แต่หลังจากนั้นไม่นานแม่มีอาการเจ็บ เลยจี้ถามซ้ำ จนแม่บอกว่า "ไอ้เชียรมันข่มขืน" เสร็จมีน้ำออกถึง 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 2-3 เจ็บสุด จากนั้นได้ลากลงมาจากขนำแล้วมานั่งตรงบันใด เนื่องจากบนพื้นมันทำไม่ได้ เพราะเข่ามันคู้ไม่เข้า เลยลากมาเอาที่ตรงบันได และครั้งที่ 4 มาอีก แม่เห็นเลยวิ่งไปหลบในสระน้ำหลังขนำครึ่งวัน อาศัยบัวและผักกูดบรรเทาความหิว ก่อนขึ้นจากน้ำตอนเย็น โดยลูกสาวยังบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุ นายวิเชียร ยังเอาเงินให้แม่ 30 บาท แต่เมื่อตนไปถามลูกและนายวิเชียร ต่างไม่ยอมรับว่ากระทำจริง ตนจึงถามแม่ว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก แม่บอกว่า "ไอ้เชียร" มันขู่จะฆ่าปาดคอ จนกระทั่งไปแจ้งความเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา