จากนั้นตนได้เดินทางไปหาหมอ เพื่อตรวจสอบว่าผมตนเองขาดร่วงจากสาเหตุอะไร หลังจากพบแพทย์ หมอได้ส่งเส้นผมไปตรวจ พบว่าเส้นผมขาดร่วงเกิดจาก การใช้สารเคมีย้อมผม หากจะทำการรักษาต้องใช้วีธีการบำรุงและมาพบแพทย์เป็นระยะๆ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ถ้าจะไปร้านต่อผมโดยต่อทั้งหัวก็จะมีค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาท
จากนั้นตัวแทนบริษัทได้เข้ามาพบตน โดยครั้งแรกช่วยจ่ายค่ารักษา 815 บาท และครั้งที่ 2 อีก 1,029 บาท ก่อนจะมีทีมกฎหมายมาบอกว่า บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบอะไรให้ได้ เนื่องจากที่ผมขาดร่วง บริษัทเชื่อว่า น่าจะเกิดจากผมของลูกค้าไม่แข็งแรงเอง นอกจากนี้บริษัทยังได้แนะนำวิธีแก้ปัญหาว่าไหนๆผมก็เหลือน้อยแล้ว ให้โกนที่เหลือทิ้งไปเลย จะได้ไม่ต้องอาย ผมมันจะได้ยาวเท่ากันทั้งหัว แต่ถ้าหากจะเรียกร้องค่าเสียหายก็ต้องจ้างทนายฟ้องเอา ไม่แน่ใจว่าค่าทนายจะคุ้มกับค่าชดเชยหรือเปล่า
ตนได้ฟังรู้สึกช็อคมาก ถึงขนาดป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอต้องให้ยานอนหลับมากิน เวลาตื่นมาตนจะเผลอเสยผม ตนจะผวาทุกครั้งเพราะผมหน้าตนไม่มี จะไปไหนมาไหนตนต้องใส่หมวกเพื่อปิดบังเส้นผม บางครั้งด้วยความรีบจึงลืมใส่หมวก เมื่อเดินไปเจอผู้คนก็จะถูกคนรอบข้างมองผมตนและก็ขำ ตนรู้สึกทุกข์ใจมาก จนทุกวันนี้แทบไม่กล้าจะออกไปนอกบ้าน ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงตัดสินใจมาร้องขอความช่วยเหลือจาก เพจสายไหมต้องรอด ดังกล่าว
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า เรื่องนี้แพทย์ก็ระบุชัดเจนว่าผมขาดร่วง เกิดจากการใช้สารเคมีย้อมผม ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตควรออกมารับผิดชอบเยียวยาผู้เสียหาย เพราะเขาคือลูกค้าของคุณ ที่สำคัญลูกค้าเขาไม่ใช่เพิ่งเคยย่อมสีผมเป็นครั้งแรก แต่เขาทำสีผมมาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งก็ไม่เกิดปัญหา แต่มาครั้งนี้ลูกค้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณเพราะเห็นสีผมที่โชว์ข้างกล่องมีความสวยงาม แต่พอนำไปใช้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง ทางบริษัทควรเข้ามาดูแลลูกค้าและนำผลิตภัณฑ์กลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาทางแก้ไข ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบ หลังจากนี้ตนจะประสานไปยัง ท่านว่าที่ นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี สาธารณสุข และ พร้อมประสาน สคบ. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป