นายกเทศมนตรีตำบลปากคาด กล่าวอีกว่า อยากให้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ มิเช่นนั้นจะเหมือนกล่าวหาว่า คนในพื้นที่หนองคาย-บึงกาฬ โกหกหลอกหลวง และถ้าโกหกคงไม่มีนักท่องเที่ยวแห่มารอชมเป็นจำนวนมากมืดฟ้ามัวดินรถติดเป็น 4-5 กิโลเมตร จนถึงทุกวันนี้
ทั้งนี้ อำเภอปากคาด ได้สรุปที่เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้น ทั้งหมด 7 จุด ประมาณ 153 ลูก ได้แก่ 1.ท่าทรายเก่า บ้านศรีวิไล ต.นากั้ง 21 ลูก 2.แก่งอาฮอง บ้านต้าย ต.นากั้ง 18 ลูก 3.หาดแห่ บ้านต้าย 6, นากั้ง 25 ลูก 4.บ้านเวินโดน ต.ปากคาด 27 ลูก 5.บ้านท่าสุขสันต์ (ปากห้วย) ต.ปากคาด 26 ลูก 6.บ้านท่าสวรรค์-ท่าสุขสันต์ ต.ปากคาด 11 ลูก และ7.ห้วยคาด-ลานพญานาค ต.ปากคาด 25 ลูก
ด้าน นายบุญมา พันดวง คหบดีในบึงกาฬ กล่าวว่า ขอท้า ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ มาพิสูจน์ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติกรณีเกิด "บั้งไฟพญานาค" ในวันออกพรรษา ที่ท่านบอกว่าเป็นการยิงกระสุนส่องสว่างจากอาวุธปืนเอสเคจากฝั่งลาวขึ้นฟ้า ทำให้คนไทยเชื่อว่าเป็น บั้งไฟพญานาค ว่า ดร.เจษฎา ไม่ต้องไปจับคนลาวที่ยิงปืนมาพิสูจน์ให้คนไทยดูก็ได้ แต่ให้มานั่งดูที่ริมฝั่งโขงในเขต อ.ปากคาด ด้วยกัน
และให้เชิญสื่อมวลชนส่วนกลางมาบันทึกภาพเป็นสักขีพยาน เก็บภาพทุกมุม ทั้งยิงกล้องมาทางฝั่งลาวด้วย ขอร้องประชาชนหรือ นักท่องเที่ยวห้ามส่งเสียงช่วงพิสูจน์ด้วยกันทั้งฝั่งและลาว จะได้รู้ดำรู้แดงให้มันจบๆ ในยุคเรา
ขอเดิมพัน 1 ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามที่ ดร.เจษฎา วิเคราะห์หรือพิสูจน์มา แต่ถ้าเป็นไปตามความเชื่อของคนจังหนองคายและบึงกาฬ ดร.เจษฎา ต้องยอมจ่าย 1 ล้านบาท และยินดีจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางพร้อมอาหารที่พักให้ด้วย หากตกลงตามคำท้า