โดยมี นายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี , นายสัตวแพทย์ ต้นพงศ์ คำพลงาม นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ กองสารวัตรและกักกันสัตว์ กรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์เพิ่มพร ฉายเพิ่มศักดิ์ ปศุสัตว์จังหวัด จ.ปราจีนบุรี,นายประเสริฐ ก้อนสันทัด ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี , และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายสัตวแพทย์ ต้นพงศ์ ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์การนำซากสัตว์มาฝังกลบในพื้นที่ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ปรากฏว่า ชาวบ้านกว่า 300 เสียงใน 2 ตำบล มีมติไม่เห็นด้วย และห้ามนำซากสัตว์จำนวนมากมาฝังกลบในพื้นที่โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่ให้มีการนำซากหมูมาฝังกลบในพื้นที่
ด้านนายสัตวแพทย์เพิ่มพร กล่าวว่า ต้องยอมรับมติของประชาชนที่มาร่วมประชาคมในครั้งนี้ ชาวบ้านทุกคนขอคัดค้านไม่ให้นำซากสัตว์มาฝังกลบในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเรื่องทั้งหมดเสนอต่อส่วนที่เกี่ยวข้องระดับสูงให้ทราบต่อไป
ขณะ น.ส.นพวรรณ สามพล ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า ตนเองและชาวบ้านทุกคน รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียง ขอคัดค้านการที่จะนำซากหมูมาฝังในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ชาวบ้านทุกคนขอคัดค้านไม่ให้นำซากสัตว์มาฝังกลบในพื้นที่เด็ดขาด เพราะพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านอาศัยแหล่งน้ำ และใช้บ่อน้ำตื้นทำการเกษตรเลี้ยงชีพ เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้ในการเกษตรมีมลพิษในพื้นที่
นายสุนทร คมคาย อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน อ.กบินทร์บุรี (ทสม.) NGO. และ อดีตผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรีเขต 3 กล่าวว่า ตนเองและชาวอำกบินทร์บุรี และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน อ.กบินทร์บุรี (ทสม.) ยืนยันร่วมแสดงพลังในการต่อต้าน ไม่ต้องการให้มีการนำซากหมูเถื่อน จำนวน 140 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือราว 3 ล้านตัน มาฝังกลบที่พื้นที่ศูนย์ฯ หวั่นได้รับผลกระทบด้านภาวะมลพิษ ,เชื้อโรคระบาด
ก่อนหน้านี้เคยได้รับผลกระทบจากการหลอมสารซีเซี่ยม-137 ในตำบลหาดนางแก้ว ไปไม่นาน วันนี้วิกฤติภาวะสิ่งแวดล้อมพื้นที่ ต .หาดนางแก้ว,ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มากพอแล้ว เนื้อหมูเถื่อนเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบกับพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เป็นแหล่งเพาะแม่หมูอันดับ 2 ของประเทศ จะเสี่ยงต่อการตลาด ไม่มีใครอยากได้ลูกหมู เพราะเสี่ยงต่อโรคระบาด ดังนั้น ทางรัฐบาลหรือส่วนกลาง ก่อนจะทำอะไรต้องถามคนในพื้นที่ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ DSI เคยนำซากหมูเถื่อนไปฝั่งกลบในพื้นที่สำนักงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมปศุสัตว์ แต่ชาวบ้านก็ต่อต้านเช่นเดียวกัน และไม่ให้ฝั่งกลบต่อ แม้ว่าจะมีการเตรียมพื้นที่เสร็จเรียบร้อย และพ่นยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่องก็ตาม ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดทำประชาคมขึ้น ซึ่งชาวบ้านมีมติไม่ให้ฝั่งซากหมูเถื่อนในพื้นที่ และให้ขนย้ายซากหมูออกจากพื้นที่กลับไปยังท่าเรือแหลมฉบังเร็วที่สุด เนื่องจากซากหมูเริ่มเน่า และส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่อาศัยใกล้พื้นที่บ่อฝั่งกลบ และหวั่นว่าจะกระทบต่อสภาพแวดล้อม