เลขา สทนช.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา
15 ต.ค. 2566 | natthanan_chu

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา
ข่าว
15 ต.ค. 2566 | natthanan_chu

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา
15 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณ ห้องประชุม SWOC 12 สำนักงานชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยมี นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 นายวิชัย ผันประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายท่าน ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อติดตามสถานการณ์พื้นที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำเพื่อทำน้ำประปา ที่จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งดูเรื่องของการบริหารจัดการน้ำพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากด้วย ซึ่งจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมามีร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางบ่อย ทำให้พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างตั้งแต่ จังหวัดแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร ซึ่งยังเกิดอุทกภัยอยู่ในระดับหนึ่ง และระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีระดับสูง จึงต้องมีการกระจายน้ำออกทางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา แต่มีความจำเป็นต้องระบายน้ำออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
"ขอเรียนว่าพี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลเพราะการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจะไม่มากไปกว่า 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สำคัญเราใช้เขื่อนเจ้าพระยาหน่วงน้ำไว้เพื่อให้มีการผันน้ำเข้าบึงบอระเพ็ดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ขณะน้าบึงบอระเพ็ดมีปริมาณน้ำ 130 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามมีเป้าหมายจะระบายน้ำเข้าบึงบอระเพ็ดให้ได้ถึง 220 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเก็บไว้บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งในปีนี้ให้ได้อย่างเพียงพอ ส่วนหนึ่งที่ทำประชาคมกับพี่น้องประชาชนในการนำน้ำผ่านเข้าไปในทุ่งที่ได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่นาเหล่านั้นด้วย สำหรับเรื่องของฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนทั้ง 4 เขื่อนหลักในลุ่มเจ้าพระยาถือว่าสถานการณ์มีปริมาณน้ำค่อนข้างดีในส่วนที่จะส่งเสริมการทำนาปรังได้หรือไม่ ขณะนี้กำลังประเมินสถานการณ์ในการดูปริมาณน้ำว่ามากเพียงใด" ดร.สุรสีห์ เผย
เลขา สทนช. กล่าวว่า ต้องประเมินสถานการณ์ไปถึงปีหน้าด้วย หากมีสถานการณ์เอลนีโญ ถึงปี 2568 เราต้องเตรียมจัดการสถานการณ์น้ำข้ามไปถึงปี 2567 ด้วย โดยจะประชุมคณะกรรมการน้ำแห่งชาติในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจะมีการเสนอมาตรการรับมือฤดูแล้งด้วย รวมทั้งการส่งเสริมการเพาะปลูกฤดูแล้ง ส่วนไหนจะสามารถทำนาปรังได้มากน้อยอย่างไร บางพื้นที่อาจมีการส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อย ช่วงนี้ยังคงรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปัจจุบัน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,978 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อน อยู่ที่ 16.70 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.87 เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง 2.47 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยา มีอีตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,742 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
"ทั้งนี้ ทางกรมชลประทานก็ได้มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทางด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ในอัตรารวมกัน 442 ลูกบาศก์เมตรต่อวินที เพื่อเป็นการผันน้ำเข้าสู่พื้นที่กักเก็บให้เต็มศักยภาพ อีกทั้งยังเป็นการลดผลกระทบในพื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกันน้ำทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา" เลขา สทนช. เผย