นอกจากนี้ สทนช. ยังมีบทบาทและภารกิจในการบูรณาในอีกหลากหลายด้าน เช่น การวิเคราะห์ ประมวลผล และคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนรับมือ ตลอดจนการการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในระดับท้องถิ่นและพื้นที่ลุ่มน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง บทบาทความร่วมมือในภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและการใช้น้ำจากแม่น้ำระหว่างประเทศร่วมกัน พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมความมั่นคงด้านน้ำให้กับประเทศอีกด้วย
สำหรับประเด็นการนำระบบ Thai Water Plan (TWP) มาใช้ นั้น ไม่ใช่รวบอำนาจตัดสินใจ แต่เป็นการให้หน่วยงานด้านน้ำทุกหน่วย ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถเสนอแผนปฏิบัติการด้านน้ำของตัวเองเข้ามาได้ โดยมีกระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการในพื้นที่ ได้แก่ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ ก่อนจะส่งต่อให้ สทนช. ในฐานะผู้พิจารณาในภาพรวมทั้งประเทศ สามารถตรวจสอบได้ว่า แผนงานโครงการที่เสนอมาสอดคล้องกับแผนแม่บทน้ำ 20 ปีหรือไม่ ซ้ำซ้อน ทับซ้อน หรือเชื่อมโยงกันหรือไม่ มีความคืบหน้าอย่างไร
“ที่สำคัญ ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบหน่วยงานผู้รับผิดชอบ และความคืบหน้าของโครงการด้านทรัพยากรน้ำในแต่ละพื้นที่ได้อีกด้วย” เลขาธิการ สทนช. กล่าว
ดร.สุรสีห์ กล่าวอีกว่า ระบบ TWP ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวาง อปท. ในทางตรงข้าม กลับช่วยให้ อปท. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 7,850 แห่ง รวมถึงหน่วยงานด้านน้ำ สามารถเสนอแผนงาน ที่ตอบสนองความต้องการประชาชนในพื้นที่ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่นั้น ๆ ได้อย่างแท้จริง"