svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ภูมิภาค

ลุงห้าชายพิการถูกหลอกให้รักและใส่ชื่อสาวในโฉนดที่ดิน พบเอกสารมีพิรุธ

02 ตุลาคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

ลุงห้า ชายมือพิการวัย 61 ปี ร้องขอความเป็นธรรมอีกรอบหลังตกเป็นข่าวถูกสาวใหญ่หลอกให้รักและให้ใส่ชื่อในโฉนดที่ดิน จนต้องมีหน่วยงานเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจรจา พบขอพิรุธหนังสือประณีประนอมมีเพิ่มเติมข้อความทำให้เสียเปรียบ ขณะผู้ใหญ่บ้านปัดให้ข้อมูล

จากกรณี นายห้า ทองยอด อายุ 61 ปี หนุ่มสูงวัยมือพิการ ชาวอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่เคยตกเป็นประเด็นข่าวว่าถูกสาวใหญ่ลูกติดมาหลอกให้หลงรักและทำการใส่ชื่อในโฉนดที่ดินของตนเองที่ได้รับมรดกจากบิดา แต่อยู่ไปด้วยกันไม่นานกลับถูกทอดทิ้ง ไม่เหลียวแลและยังถูกทำร้ายร่างกาย จึงได้ร้องผ่านสื่อเพื่อให้ช่วยเหลือเนื่องจากหญิงคนดังกล่าว กลับเรียกเงินถึง 700,000 บาท หากจะให้มีการถอดชื่อออกจากโฉนดที่ดิน จากนั้นได้มีปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้นำชุมชนและผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนฝ่ายหญิงยอมลดตัวเลขให้เหลือ 250,000 บาท แต่นายห้า ไม่ยินยอมเพราะไม่มีเงินที่จะจ่ายตามยอด โดยยังเป็นกรณีที่ยังหาทางออกไม่ได้ 

2 ตุลาคม 2566 ล่าสุด นายห้า ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากสื่ออีกครั้งเนื่องจากช่วงที่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกัน ได้มีการตกลงทำสัญญาประณีประนอมกันของทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งเป็นการลดปัญหาความขัดแย้งและหาทางเจรจาก่อนที่จะขึ้นไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อหาข้อสรุปที่เกิดขึ้น นายห้า บอกกับสื่อว่าช่วงของการเจรจากันได้เกิดปัญหาขึ้นอีกในเอกสารของการประณีประนอม โดยเป็นเอกสารที่ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้นำมาให้เซ็นต์ชื่อโดยมีกรรมการหมู่บ้าน อบต.หมู่ที่ 4 มาลงชื่อเป็นสักขีพยาน แต่พบข้อพิรุธว่าเอกสารดังกล่าวมีการเพิ่มเติมข้อมูลลงไปหลังจากที่ได้ลงชื่อเอาไว้แล้ว โดยเมื่อได้รับเอกสารมาให้เก็บเป็นหลักฐาน จึงได้พบความผิดปกติและตนเองเสียเปรียบจึงได้เข้าไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.กำแพงแสน เพื่อเป็นหลักฐาน 

นายห้า เล่าว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ทางผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้มาช่วยเจรจาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองและนางหอม วันอยู่ โดยมีการทำเอกสารมาให้ 1 ชุดคือหนังสือประณีประนอม ซึ่งได้ให้ตนเองลงชื่อเอาไว้ในเอกสาร จากนั้นจึงได้มีการลงนามโดยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน และส.อบต.วังน้ำเขียว โดยตอนแรกในเอกสารระบุเพียงว่า "ทั้งสองฝ่ายตกลงกันอยู่ในบ้านเลขที่ 142 ม.4 ต.วังน้ำเขียว รับประทานอาหารร่วมกัน โดยให้นางสาวลัดดา บุญช่วย บุตรสาวของนางหอม วันอยู่ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ โดยปกติเหมือนเดิม" ซึ่งตนเองเห็นเพียงข้อความนี้ หลังจากตนเองได้ลงนามเอกสารไปแล้ว ซึ่งจะต้องมีเอกสารคู่กันมาให้แต่ละฝ่ายถือไว้ ปรากฏว่าพบข้อความ ในข้อที่ 2 มาโดยตนเองไม่ทราบก่อนจะลงลายมือชื่อ โดยมีข้อความว่า "ข้อ2 การหลับนอน ต่างคนต่างนอน ห้ามใช้กำลังทำร้ายกัน จนกว่าจะจบเรื่องข้อพิพาทกัน ถ้ายังมีข้อพิพาทกันอยู่ อนุญาตให้นางหอม วันอยู่ และบุตรของนางหอม วันอยู่ อาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 172 ม.4 ตลอดไป โดยปรกติดี ห้ามไล่ ห้ามด่า ลงวันที่ 27 กันยายน 66 โดยตนเองได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเมื่อเห็นหนังสือดังกล่าว และได้แจ้งทางผู้ใหญ่บ้านไปแล้วว่าให้ทำลายเอกสารดังกล่าวเพราะตนเองไม่ยอมรับ ซึ่งเขาได้สัญญาว่าจะฉีกเอกสารทิ้งให้ 
 

"ในวันนั้นก็ได้มีการเจรจาว่าให้ตนเองนำที่ดินไปชายให้พี่สาวหรือคนอื่น เพื่อจะได้นำเงินจำนวน 250,000 บาท ไปให้นางหอม เพื่อจะได้จบปัญหากันไป แต่ตนเองไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองต้องเอาที่ดินไปขายเพื่อเอาเงินมาให้นางหอม และไม่เคยเจอว่า ให้คนพิการเอาที่ดินไปขายช่วยคนปกติ มีแต่คนปกติต้องมาช่วยคนพิการ จึงอยากจะให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงให้อีกครั้ง เพราะคิดว่าไม่เกิดความเป็นธรรมกับตน โดยตอนนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม(พม.นครปฐม) ประสานเข้ามาจะช่วยไกล่เกลี่ยแต่ก็ยังไม่ได้เข้ามาพบกัน จึงอยากจะให้ช่วยเหลือด้วย ซึ่งวันที่มีการเข้ามาหา ก็มีการเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐานด้วย" นายห้า เผย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง นายนุกูล สามี หรือผู้ใหญ่เหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลวังน้ำเขียว เพื่อขอสอบถามปัญหาและการดำเนินการดังกล่าว โดยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะกลัวจะเป็นประเด็นกับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายและยืนยันว่าไม่ได้เป็นคู่กรณีกับทั้งคู่การเข้าทำช่วยเหลือ เป็นเพราะทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนการคบกันทราบว่ามีมาเป็นปีแล้ว แต่ในลายละเอียดอยากจะให้สอบถามไปยังเพื่อนบ้านน่าจะทราบดี และให้ข้อมูลได้ดีกว่า

logoline