นายวิทยา ปัญจมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ และในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบเชิงลึก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 66 นายณัฐ โก่งเกษร ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์ กรณีการตัดไม้พะยูงในโรงเรียน พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมป่าไม้
และได้เข้าพบ นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ รวมถึงตน เนื่องจากกรณีตัดไม้พะยูงดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายป่าไม้ เข้าไปเป็นกรรมการประเมินราคาขายไม้พะยูง ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ยืนยัน ยินดีให้การสนับสนุนการทำงาน ของคณะกรรมการตรวจสอบเชิงลึก ในการติดตามผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเฉพาะหากผู้กระทำผิด นั้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องเอาผิดอย่างถึงที่สุด
นายวิทยา กล่าวว่า ในส่วนการติดตามขบวนการมอดไม้ และพ่อค้าที่เข้ามารับซื้อไม้พะยูง รวมทั้งไม้ประดู่ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์นั้น จากการติดตามไทม์ไลน์พบว่า น่าจะมีหลายกลุ่ม หลายสาย โดยมีนายทุนจีนเป็นหลัก ซึ่งมีใบสั่งเข้ามาเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมา โดยธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เป็นคนให้อนุญาต ซึ่งตามที่ตรวจสอบ และสังคมจับตามองในทิศทางเดียวกัน คือเป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย
หลายปีก่อน เคยเกิดเหตุบ่อยครั้งมากในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่จะย้ายเข้ามาเกิดเหตุบ่อยครั้ง ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ส่งผลให้ภาครัฐ เสียประโยชน์จำนวนมหาศาล เพราะประเมินราคาขายต่ำ เชื่อว่าเงินส่วนต่างหายไปจำนวนมาก มีการส่งเงินเข้าหลวง เพียงจำนวนน้อย
ขณะที่ นายนิยม กิตติวงศ์ตระกูล ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียน กล่าวว่า ถึงวันนี้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด รู้เห็นหมดว่า มีใครอยู่เบื้องหลังกรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียน และที่ราชพัสดุ ใครมีบทบาทหน้าที่อย่างไร ทั้งในขั้นตอนการขออนุญาตตัด และให้อนุญาตตัด รวมทั้งการติดต่อหาคนมาทำสัญญา ซื้อไม้ด้วยวิธีพิเศษ
ในส่วนข้อมูลที่ตนได้มานั้น มีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะเดียวกันทราบว่า สังคมก็กำลังจับตามอง การทำงานของทางราชการ และองค์กรอิสระอยู่ เนื่องจากระยะเวลาตั้งแต่ที่เกิดเหตุ ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ถึงบทสรุปเสียที ทั้งที่มีหลักฐานแน่นหนา ไม่ซับซ้อนอะไร สามารถออกหมายเรียก หรือหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เลย
การรวบรวมพยานหลักฐาน สำนวนตัดไม้พะยูงที่ดำเนินการมา มองเห็นภาพได้ชัดเจนแล้วว่า มีใครเกี่ยวข้องบ้าง เบื้องต้นมีคนของภาครัฐ ดำเนินการในส่วนของ ผู้ขออนุญาตตัด และผู้ให้อนุญาตตัด รวมทั้งเอกชนที่เป็นพ่อค้า มาทำสัญญาซื้อไม้พะยูง ชุดเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้พบหลักฐานทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนความสมเหตุสมผล ราคากลางที่ประเมินซื้อขายไม้ ซึ่งแตกต่างกับราคามาตรฐาน ของกรมป่าไม้เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญ คือพ่อค้าซื้อไม้ ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่จริง ๆ แล้วมีรายชื่ออยู่ในมืออย่างน้อย 3 ราย จากการตรวจสอบแต่ละราย อ้างว่าเป็นแค่ นอมินี ที่มาเป็นตัวแทนทำสัญญา และเป็นพ่อค้าคนกลางเท่านั้น ถือว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญ สามารถเชื่อมโยง ไปถึงพ่อค้ารายใหญ่สายอีสาน หรือนายทุนจีน ที่อยู่เบื้องหลังได้
สำหรับหลักฐานที่ฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตัดไม้พะยูงโรงเรียน รวมทั้งคณะกรรมการตรวจสอบเชิงลึก ได้ตกผลึกเป็นข้อมูลเดียวกัน พบพ่อค้าซื้อไม้พะยูง รร.คำไฮวิทยา จำนวน 22 ต้น กับอีก 2 ตอ ราคา 153,000 บาท ชื่อนายสมพงษ์ (สงวนนามสกุล)
พ่อค้าที่มาซื้อไม้พะยูง รร.หนองโนวิทยาคม จำนวน 9 ต้น ราคา 104,000 บาท ชื่อนายพัฒนพงษ์ (สงวนนามสกุล)
พ่อค้าที่มาซื้อไม้พะยูง รร.คุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ จำนวน 3 ต้น ราคา 30,000 บาท ชื่อนายสมคิด (สงวนนามสกุล)
ทั้ง 3 ราย คาดว่า ทางองค์กรอิสระ และฝ่ายกฎหมาย คงดำเนินการสอบปากคำไปบ้างแล้ว ส่วนการขายไม้พะยูงที่ รร.หมูม่นเม็กวิทยาสรรพ์ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแห่งที่ 12 ที่พบการตัดไม้ ในที่ราชพัสดุใน จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 9 ต้น ราคา 85,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจฯ และคณะทำงานเชิงลึกฯ จะตรวจสอบกับทางโรงเรียนต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถิติจับกุม คดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ ในรอบปี 66 มากกว่าปี 65 โดยพบว่า ปีนี้มีถึง 36 คดี ผู้ต้องหา 21 คน แต่คดีเกี่ยวกับ ไม้พะยูง ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหา หรือข้าราชการที่มีเอี่ยวได้แม้แต่คนเดียว