นายนิยม กิติวงศ์ตระกูล ผู้อำนวยการการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การปรากฏชื่อของ เจ้าหน้าที่ธนารักษ์คนดังกล่าว ซึ่งเคยปรากฏในคำสั่งหลายโรงเรียน ในฐานะกรรมการประเมินราคากลาง สวนทางกับคำชี้แจง ของธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ทางวาจาและหนังสือชี้แจงว่า ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการประเมินราคาไม้พะยูงในโรงเรียน
ขณะที่มีหลักฐาน ทั้งเอกสารและภาพถ่าย ที่ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และชาวบ้าน รวมทั้งแหล่งข่าวยืนยันตัวบุคคล แต่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยังปฏิเสธอย่างเดียว ทำแค่ส่งเอกสารชี้แจง ซึ่งไม่ครอบคลุมอีกหลายกรณี ตามที่ภาคประชาชน เครือข่ายรักษ์ไม้พะยูง และทรัพยากรธรรมชาติ แจ้งเบาะแสเข้ามา
ทั้งนี้ เพราะมีหลักฐานและพยานแวดล้อม ยืนยันหลายคน “เรื่องที่เกิดขึ้นกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เอฟซีไม้พะยูงและคนรักษ์ไม้พะยูงในโรงเรียน จึงตกอยู่ในอาการงุนงง ที่เรื่องยังไม่ขยับถึงไหน แม้แต่เดี๋ยวนี้ ทั้งเลขาธิการ สพฐ. และอธิบดีกรมธนารักษ์ ตลอดทั้ง ป.ป.ช., ป-ป-ท. และองค์กรอิสระยังปิดปากเงียบ ไม่มีรายงานชี้แจง ผลการตรวจสอบใด ๆ เกี่ยวกับคดีไม้พะยูงออกมาอีก
ชาวบ้าน รวมทั้งครู นักเรียน จึงฝากความหวัง ไว้กับคณะทำงานเชิงลึก ที่จะทำการตรวจสอบย้อนหลัง และเจ้าหน้าที่จุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัญหาตัดไม้พะยูงในโรงเรียน ที่ทาง จ.กาฬสินธุ์ กำลังดำเนินการอยู่
นอกจากนี้ ยังทราบว่า มีหลายคน อยากเรียกร้องไปถึง สตง.ให้ลงมาดูปัญหานี้ด้วย โดยเฉพาะตรวจสอบเส้นทางรับเงิน รายได้จากการขายไม้พะยูง ของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เพราะดู ๆ แล้ว เรื่องนี้เชื่อว่า มีคนของรัฐเกี่ยวข้องหลายคน และคาดว่าจะมีอีกหลายแห่งทั้ง 4 เขตการศึกษาใน 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการตัดไม้พะยูง ในที่ราชพัสดุและในโรงเรียน พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ซึ่งได้แจ้งเบาะแสเข้ามายังฝ่ายความมั่นคง ในรอบเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ รวมแล้ว 11 แห่ง ประกอบด้วย
(1) ลักลอบตัดที่สถานีเพาะชำกล้าไม้กาฬสินธุ์ 1 ต้น
(2) ลักลอบตัดก่อนขออนุญาตตัดที่โรงเรียนคำไฮวิทยา 22 ต้น
(3) ลักลอบตัดและขออนุญาตตัดที่โรงเรียนหนองโนวิทยาคม 9 ต้น
(4) ลักลอบตัดที่โรงเรียนห้วยเม็กวิทยา 1 ต้น
(5) ลักลอบตัดที่สถานีวนวัฒนวิจัยกาฬสินธุ์ 1 ต้น
(6) ลักลอบตัดและขออนุญาตตัดที่โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ 3 ต้น
(7) ลักลอบตัดและขออนุญาตที่โรงเรียนหนองแวงบ่อแก้ว 6 ต้น
(8) ลักลอบตัดที่โรงเรียนชุมชนดอนยูงวิทยายน 1 ต้น
(9) ลักลอบตัดที่โรงเรียนบ้านสร้างแก้ว 1 ต้น
(10) ขออนุญาตตัดที่โรงเรียนหนองกุงไทย 7 ต้น
(11) ขออนุญาตตัดที่โรงเรียนกมลาไสย สังกัด สพม.กาฬสินธุ์
ซึ่งจุดที่ 11 นั้น ขณะนี้ยังไม่พบเอกสาร ระบุจำนวนต้น และราคาประเมินขาย ชาวบ้านจึงเรียกร้องคณะทำงานเชิงลึก และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย เพราะกลัวเงินแผ่นดินจะสูญหาย เนื่องจากไม่เห็นธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ รายงานเข้ามาเลย