ศาสตราจารย์ฮิโรโกะ โกตะ กล่าวว่า ก่อนที่ได้มาเยี่ยมชมดูงานในครั้งนี้ มีจินตนาการณ์ว่าทัณฑสถานของไทยมีนักโทษจำนวนมาก และตามจำนวนตัวเลขที่ทราบก็ถือว่ามากตามที่เข้าใจ แต่ว่ามีหลายสิ่งที่ประเทศไทยมี แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นไม่มี ทำให้รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก สิ่งแรกคือ ทางเรือนจำกลางนครปฐม มีทางเลือกหลากหลาย กิจกรรมโปรแกรมต่างๆ ให้ผู้ต้องโทษสามารถเลือกได้ เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นแล้ว ผู้ต้องขังมีโอกาสที่จะเลือกทำอะไรด้วยตัวเองน้อยมาก ซึ่งในโลกของความเป็นจริงจะต้องเริ่มจากการตัดสินใจด้วยตัวเองก่อน และปฏิบัติสิ่งนั้นถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาบางทีก็สำเร็จ และอาจจะไม่สำเร็จก็ตาม
"อีกประการหนึ่งคือ ที่เรือนจำญี่ปุ่นได้ตัดโอกาสผู้ต้องโทษในการตัดสินใจด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก แต่ที่ประเทศไทยแตกต่างกัน การที่ให้ผู้ต้องโทษสามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง จะส่งผลแรงจูงใจที่จะทำให้เค้าทำสิ่งนั้นได้สำเร็จ ทำให้พวกเค้าเหล่านั้นได้รับโอกาส ได้รับคำขอบคุณ ที่ตัวเองได้สร้างประโยชน์ เช่นสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่ตัวเองผลิต มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรือนจำไม่ว่าจะเป็นของกิน ขนม กาแฟ ที่มีโอกาสทำให้คนอื่นได้รับประทาน คือคำขอบคุณทำให้เค้ารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า นอกจากนี้ยังให้มีการเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ในกรณีที่ญาติอาศัยในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล รวมถึงมีการฝึกอาชีพผู้ต้องโทษทำให้มีเงินปันผล เตรียมพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้"ศาสตราจารย์ฮิโรโกะ โกตะ กล่าว