ที่ก่อคดีความมั่นคงในพื้นที่ จ.สงขลา อาทิ
1.เมื่อ 21 มี.ค.62 ลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตี อส.ห้วยเต่า อ.สะบ้าย้อย
2.เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.62 ปะทะกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.จะนะ
3.เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.62 พยายามฆ่าและชิงทรัพย์รถ จยย.นายอนุพงษ์ หนูใสเพชร
4.เมื่อวันที่ 28 ต.ต.62 ชิงทรัพย์ รถ จยย.
5.เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 63 วางระเบิดคาร์บอมบ์ รถ จยย.ปลัด อ.สะบ้าย้อย
6.เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 64 เผากล้องวงจรปิดพื้นที่ อ.จะนะ
7.เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 63 ชิงทรัพย์ รถ จยย.
8.เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 63 ชิงทรัพย์ รถ จยย.
9.เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.63 ชิงทรัพย์รถ จยย.
10.เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 62 เหตุพยายามฆ่าราษฎร์และวางระเบิดดักสังหาร ตชด.4323
11.เมื่อวันที่ 6 ก.ย.63 เหตุวิสามัญนายเจะอารง บาเฮง นายอุสมัน เจ๊ะมิง ซึ่งนายอัซมัน หลบหนีไปได้
12.เมื่อวันที่ 7 ต.ค.64 เหตุสังหารนายเส็น อุมัต อดีตรอง นายก อบต.เปียน ,
13.เมื่อวันที่ 4 ก.พ.65 เหตุวางระเบิดชาวบ้านและดักสังหารเจ้าหน้าที่ อี.โอ.ดี.ตชด.43
14.เมื่อวันที่ 6 ก.ค.64 เหตุวางระเบิด ชป.จรยุทธ์ ร้อย ร.2531
15.เมื่อวันที่ 3 ก.พ.65 เหตุวิสามัญ ผกร.3 รายและควบคุมตัว 1 คน ซึ่งนายอัซมัน หลบหนีไปได้
16.เมื่อวันที่ 3 พ.ค.65 เหตุวางระเบิดขบวนรถไฟสายหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์
17.เมื่อวันที่ 4 พ.ค.61 เหตุแขวนป้าผ้าและพบวัตถุต้องสงสัย
ส่วนบุคคลทั้ง 4 คน ที่เหลือ จากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ 1. นายซุฟยัน วาเต๊ะ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 2. นายอิบรอฮิม วาฮะ อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 3. นายซีฮาบุดดีน เปาะคะ อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ 4. นายซูฮัยมี วาเต๊ะ อายุ 25 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา หลังจากสอบสวนในเบื้องต้นรวมทั้งรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมีที่มาที่ไปและใครเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการเปิดเผยถึงรายละเอียด เพียงทราบว่าอยู่ในระหว่างการขยายผล แต่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้ง 4 คน ไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถาม ฉก.ทพ.46 อ.เมือง จ.นราธิวาส
ด้านพลโทศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในศูนย์ซักถามปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกควบคุมตัว ตามหลักกฎหมายและตามหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และต้องไม่กระทำการอันใดอันเป็นการละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งหากพี่น้องประชาชนพบเห็นเบาะแสผู้กระทำผิด บุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถโทรแจ้งได้ที่หน่วยงานความมั่นคง หรือหมายเลขสายตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือหมายเลขโทรศัพท์สายตรงผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายเลข 0611732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าจากกรณีดังกล่าวนี้ ได้มีกลุ่มบุคคลใช้กลยุทธ์การต่อสู้ด้วยข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอ.โอ. ว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการลักพาตัวหรือควบคุมตัวบุคคลทั้ง 5 พร้อมด้วยรถยนต์เก๋ง เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจผิดในการดึงมวลชนกดดันในเจ้าหน้าที่ทำการปล่อยตัวบุคคลทั้ง 5 คน ในครั้งนี้ด้วย