ป.ป.ช.ตรัง ตรวจ "ท่าเรือผีสิง" งบกว่า 18 ล้าน ถูกทิ้งร้างให้ผีอยู่
10 ก.ย. 2566

ป.ป.ช.ตรัง ตรวจ "ท่าเรือผีสิง" งบกว่า 18 ล้าน ถูกทิ้งร้าง ซ่อมเสร็จแล้ว 6 เดือน ไม่ได้เปิดใช้งาน แต่กลับพังแล้ว เตรียมรื้อแฟ้มตรวจโครงการฯ เชิงลึก
ข่าว
10 ก.ย. 2566

ป.ป.ช.ตรัง ตรวจ "ท่าเรือผีสิง" งบกว่า 18 ล้าน ถูกทิ้งร้าง ซ่อมเสร็จแล้ว 6 เดือน ไม่ได้เปิดใช้งาน แต่กลับพังแล้ว เตรียมรื้อแฟ้มตรวจโครงการฯ เชิงลึก
10 กันยายน 2566 ที่ จ.ตรัง ได้เกิด กรณีอื้อฉาว เกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณสร้างสิ่งก่อสร้าง ที่ไม่คุ้มค่าเงินภาษีของประชาชน โดย นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 9 พร้อม นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ ป.ป.ช.ตรัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เข้าตรวจสอบ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือตะเสะ ม.4 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง งบประมาณ 3,160,000 บาท (สามล้านหนึ่งแสนหกหมื่นบาท) ก่อสร้างโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรจักขณ์ อันดามัน สิ้นสุดระยะรับประกัน 10 มี.ค. 68
โดยโครงการนี้ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และส่งมอบงานให้กับทาง อบจ.ตรัง เสร็จสิ้นแล้วเมื่อช่วงเดือน มี.ค. 66 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า ท่าเรือยังไม่สามารถ เปิดใช้ประโยชน์ให้กับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวได้ ตามที่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามา
สำหรับท่าเทียบเรือตะเสะแห่งนี้ เดิมทีก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 45 หรือ 22 ปี ที่ผ่านมา เมื่อครั้ง นายกิจ หลีกภัย หรือ ครูกิจ ซึ่งเป็นพี่ชาย นายชวน หลีกภัย นั่งเก้าอี้นายก อบจ.ตรัง ด้วยงบประมาณ จำนวน 15,110,000 บาท กระทั่งในระยะหลัง ท่าเทียบเรือกลับถูกทิ้งร้าง ชำรุด ทรุดโทรม และไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ จนกลายเป็นแหล่งมั่วสุม และใช้เป็นเส้นทางลักลอบกระทำผิดกฎหมาย
กระทั่งล่าสุด นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หรือ โกเล้ง นายก อบจ.ตรัง ได้เข้ามารับตำแหน่งต่อ จึงได้จัดสรรงบประมาณ เข้ามาปรับปรุงซ่อมแซม อีกจำนวน 3,160,000 บาท รวมทั้งสองงบประมาณ เป็นจำนวนเงิน 18,270,000 บาท ในการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งนี้ มีการปูพื้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร ปรับปรุงห้องน้ำ ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ฯลฯ
แต่ปรากฏให้เห็นว่า ท่าเรือยังไม่สามารถเปิดใช้ได้อย่างเต็มระบบ เนื่องจากยังไม่มีกระแสไฟฟ้า กระแสน้ำประปา พื้นถนนมีหินหลุดล่อน กล่องไฟฟ้า แผงไฟฟ้าขึ้นสนิม ผนังห้องน้ำปูนซีเมนต์หลุดล่อน ออกมาเป็นแผ่น ก๊อกน้ำอุปกรณ์ระบบประปาขึ้นสนิม ราวแขวนในห้องน้ำหลุด ขอบหลังคาพังชำรุด มีการนำทรายไปใส่ไว้ในอ่างล่างหน้าและพื้นห้องน้ำ
นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ ป.ป.ช.ตรัง กล่าวว่า ประชาชนร้องเรียนว่า เพิ่งจะสร้างเสร็จเพียงไม่กี่เดือน จะปล่อยให้ทิ้งร้างอีกแล้วหรือ ทั้งที่ท่าเรือเก่าสร้างไป 10 กว่าล้าน แต่ก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง ชาวบ้านจึงเกิดความกลัวว่า จะถูกทิ้งร้างขึ้นอีก
เบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริง ยังไม่สามารถเปิดใช้งาน บริการสาธารณะได้ รวมถึงระบบไฟ ระบบน้ำ ก็ยังไม่มี แต่มีการเบิกจ่ายเงิน ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้อสังเกตมีหลายประการ
ประเด็นที่ 1 เรื่องของการออกแบบว่า การออกแบบเป็นไปตามหลักวิศวกรรมหรือไม่ เป็นไปตามหลักวิชาหรือไม่ เพราะเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่ริมทะเล ปรากฏว่าวัสดุอุปกรณ์บางอย่าง ที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน แต่กลับชำรุด บกพร่อง เสียหาย ขึ้นสนิม ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว จะมาอ้างว่า ยังอยู่ในระยะเวลาประกัน ก็คงจะไม่ได้
ประเด็นที่ 2 จะตรวจสอบว่าคู่สัญญา เป็นผู้มีอาชีพจริงหรือไม่อย่างไร มีนอมินีหรือเปล่า หรือมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในโครงการหรือเปล่า ทำให้งานออกมาด้อยคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานอย่างนี้
ประเด็นที่ 3 คือต้องตรวจสอบเรื่องของการควบคุมงาน การตรวจรับงานว่า เป็นไปตามรูปแบบรายการหรือไม่อย่างไร เพื่อที่จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทุจริตต่อไป หากไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น ทาง ป.ป.ช.เองก็จะประสานข้อมูล ไปยังสำนักงาน สตง. ว่าโครงการดังกล่าว มีประสิทธิภาพหรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ในการบริหารโครงการดังกล่าว เพราะว่าใช้งบประมาณแผ่นดินถึง 3 ล้านกว่าบาท
เบื้องต้น เป็นหน้าที่ของทาง อบจ.ตรัง ต้องประสานไปยังคู่สัญญา หรือผู้รับจ้างเข้าดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อยและประสานเรื่องการขอใช้น้ำ ใช้ไฟ และหลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ว่า อบจ.จะเป็นผู้ดูแลเองหรือจะถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานในพื้นที่ เช่น อบต.จะดูแลเองหรือไม่อย่างไร ก็เป็นอำนาจของ อบจ.ต่อไป
นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง กล่าวว่า สำหรับท่าเรือตะเสะแห่งนี้ เป็นท่าเรือที่พี่น้องประชาชนที่จะเดินทางลงไปใน ต.เกาะสุกร เป็นท่าเรือที่สำคัญในการสัญจร มีการปล่อยปละละเลย ทิ้งรกร้างมานาน ทาง อบจ.ตรัง ได้มาทำการซ่อมแซมปรับปรุงก็ถือเป็นสิ่งที่ดี ไม่นิ่งดูดาย ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์
แต่พบว่า มีการซ่อมแซมปรับปรุงไปเรียบร้อยแล้ว แต่กลับยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ แม้จะมีการส่งมอบเนื้องานไปแล้ว อาคารต่าง ๆ พบว่า วัสดุบางส่วน ที่เป็นของที่ไม่ทนต่อไอน้ำทะเล เช่น กล่องไฟฟ้า แผงไฟฟ้า ชำรุดทรุดโทรม และส่วนที่เป็นเหล็กของห้องน้ำต่าง ยังต้องปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งกว่านี้ เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า กับงบประมาณที่ได้ใช้ไป
ซึ่งการโดยสารระหว่างเกาะสุกรและแผ่นดินใหญ่ นั้นชาวบ้านยังเดือดร้อนอยู่ ชาวบ้านบนเกาะสุกร มีจำนวน 4 พันกว่าคน ที่ต้องข้ามไปข้ามมา ไม่ว่าจะเป็นชาว อ.ปะเหลียน ชาว อ.หาดสำราญ ข้าราชการ นักเรียน รวมไปถึงผู้คนที่ทำธุรกิจ และนักท่องเที่ยว เพราะบางครั้งการที่ขึ้นลงท่าเรือนั้น ในเวลากลางค่ำคืน หรือในเวลาที่ไม่มีแสงสว่างแล้ว ก็จำเป็นจะต้องพึ่งไฟฟ้า
แต่ อบจ.ก็ยังดำเนินการให้กับชาวบ้านไม่แล้วเสร็จ สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะให้ทาง อบจ.ตรัง รีบเร่งในการจะแก้ปัญหา ให้แล้วเสร็จก่อน 1 ต.ค. 66 เนื่องจากเปิดท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นแล้ว
นายธนิต ชูเพ็ง หรือ สจ.เอียด ส.อบจ. อ.หาดสำราญ กล่าวว่า คิดว่าอีกประมาณ 1 เดือนคงจะได้มาทำพิธีเปิด ได้ใช้อย่างถาวรและคุ้มค่า แต่มีการทำลายทรัพย์สินกัน เช่น มีการนำทราย ไปใส่ในอ่างล้างหน้า ส่วนฝาผนังที่มีการชำรุดจากการก่อสร้าง ต้องให้ช่าง อบจ.ตรัง เร่งประสานไปยังผู้รับเหมา เข้ามาปรับปรุงแก้ไขให้เร่งด่วนที่สุด เนื่องจากยังอยู่ในสัญญาประกัน 2 ปี
บางตัวที่ก่อสร้าง ที่ดูแล้วสวยงาม แต่แก่นแท้จริง ๆ อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง เพื่อที่จะให้ท่าเรือแห่งนี้ เป็นท่าเรือพาณิชย์ให้ได้ สำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน หลังจากนี้ทางฝ่ายบริหารต้องดูตัวบทกฎหมายต่อไปว่า จะมีการรับผิดชอบดูแลอย่างไรต่อไป
ในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชน ได้ต่อสู้มาตลอด เกี่ยวกับท่าเทียบเรือแห่งนี้ เดิมตนใช้คำว่า "ท่าเทียบเรือผีสิง" เพราะเป็นที่อบายมุข ค้ายา ขนยาเสพติด ขนของผิดกฎหมายหมายเยอะแยะไปหมด เพราะไม่มีไฟ แต่ในวันนี้ อบจ.ตรัง ได้มาปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิว ห้องน้ำ ที่พักผู้โดยสาร ไฟฟ้า และระบบน้ำประปา”
ข่าวล่าสุด