เนชั่นทีวี

ข่าว

ป.ป.ช. ฟันคดีที่ 3 ในรอบปี 66 อดีตนายกเทศบาลท่างิ้ว ปมทุจริตระบบประปา

27 ก.ค. 2566 | titayu_pur

ป.ป.ช. ฟันคดีที่ 3 ในรอบปี 66 อดีตนายกเทศบาลท่างิ้ว ปมทุจริตระบบประปา

ป.ป.ช.ตรัง ชี้มูลคดีที่ 3 ในรอบปี 66 อดีตนายกเทศบาลท่างิ้ว และพวก อีก 6 ราย ปมทุจริตโครงการก่อสร้างระบบท่อเมนประปา ส่งสำนวนให้ อสส. สั่งฟ้องคดีอาญา และถอดถอนจากตำแหน่ง

27 กรกฎาคม 2566 ที่ จ.ตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ตรัง พร้อมด้วย นายยุทธนา วิมลเมือง เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ ป.ป.ช.ตรัง และคณะเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการชี้มูลความผิด

ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา นายธรรมศทรรศ กี่สุ้น (หรือชื่อเดิมคือ นายทักษนัย กี่สุ้น) อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่างิ้ว อ.ห้วยยอด กับพวกว่า มีการทุจริตในการเข้ามีส่วนได้เสีย ในโครงการก่อสร้างระบบท่อเมนประปา บ้านไสมะม่วง ม.3 และบ้านเกาะยางแดง ม.8 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ป.ป.ช. ฟันคดีที่ 3 ในรอบปี 66 อดีตนายกเทศบาลท่างิ้ว ปมทุจริตระบบประปา  

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฎว่า เทศบาลตำบลท่างิ้ว โดย นายธรรมศทรรศ กี่สุ้น อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่างิ้ว ได้เข้ามีส่วนได้เสีย ในโครงการก่อสร้างระบบท่อเมนประปา บ้านไสมะม่วง ม.3 และบ้านเกาะยางแดง ม.8 โดยทำสัญญาจ้างกับร้านพรประเสริฐ และมี นายประเสริฐ สิทธิชัย เป็นเจ้าของร้าน นายธีระศักดิ์ สิทธิชัย ตัวแทนของร้าน

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายธรรมศทรรศ กี่สุ้น อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่างิ้ว ได้สั่งการให้ นายสุทธิลักษณ์ ทวนดำ  , นายสายัณห์ สมาธิ , นายปิยะพงษ์ รักแหลมแค , นายชม คลายทุกข์ ลูกจ้างของเทศบาลตำบลท่างิ้ว ดำเนินการติดตั้ง มิเตอร์และระบบประปา โดยมีนายทวีเกียรติ ยิ้มเกตุ ผู้อำนวยการ กองช่าง เป็นผู้ควบคุมงาน โดยที่ทางร้าน พรประเสริฐ คู่สัญญา ไม่ได้เข้าไปดำเนินกาตามสัญญาจ้างแต่อย่างใด 
นายธรรมศทรรศ กี่สุ้น (หรือชื่อเดิมคือ นายทักษนัย กี่สุ้น) อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่างิ้ว
 

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 7 เสียง เห็นชอบตามความเห็น ของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น ดังนี้ การกระทำของนายธรรมศทรรศ กี่สุ้น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสีย ในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น

และมีมูลความผิด ฐานเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญา ที่เทศบาลนั้นเป็นคู่สัญญา หรือในกิจการที่กระทำให้แก่เทศบาลนั้น หรือที่เทศบาลนั้น ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48 และมาตรา 73 

การกระทำของนาย นายทวีเกียรติ ยิ้มเกตุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 , นายสุทธิลักษณ์ ทวนดำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 , นายสายัณห์ สมาธิ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 , นายปิยะพงษ์ รักแหลมแค ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 , นายประเสริฐ สิทธิชัย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6  , นายธีระศักดิ์ สิทธิชัย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา

ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 
นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.ตรัง

ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา กับนายธรรมศทรรศ กี่สุ้น , นายทวีเกียรติ ยิ้มเกตุ , นายสายัณห์ สมาธิ , นายสุทธิลักษณ์ ทวนดำ , นายปิยะพงษ์ รักแหลม , นายประเสริฐ สิทธิชัย และนายธีระศักดิ์ สิทธิชัย

และส่งสำนวนการไต่สวน และเอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ กับนายธรรมศทรรศ กี่สุ้น , นายทวีเกียรติ ยิ้มเกตุ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี ต่อไป 

ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนของ นายธรรมศทรรศ กี่สุ้น พิจารณาโทษตามฐานความผิด ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติ โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีก หากผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน หรือผู้ใดไม่ดำเนินการตามมาตรา 98 โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย หรือกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบกับเพื่อให้สอดคล้องกับหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0804.3/ ว 711ลงวันที่ 7 เมษายน 2564 

และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนของผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป 

อย่างไรก็ตามในคดีนี้ นายทวีเกียรติ ยิ้มเกตุ ผู้อำนวยการกองช่าง ผู้ควบคุมงาน ได้ขอกันพยาน เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ในชั้นไต่สวน หลังจากการแจ้งข้อกล่าวหา กลับเปลี่ยนคำให้การ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติว่า เห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น ไม่กันไว้เป็นพยาน 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายในปี 2566 นี้ ทาง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดนายธรรมศทรรศ กี่สุ้น ไปแล้วถึง 3 คดี โดยคดีแรก ได้มีการชี้มูลความผิดและแถลงไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา ในความผิดฮั้วผู้รับเหมาปรับปรุงถนน 459,000 บาท ก่อนทำสัญญา , คดีที่ 2 ในวันที่ 27 เม.ย. 66 ในความผิดมีส่วนได้เสียงานระบบน้ำประปา และคดีที่ 3 ในวันนี้ (27 ก.ค.) ซึ่งทั้ง 3 คดีได้อยู่ในขบวนการของทางชั้นศาล เพื่อรอผลพิจารณาคดี
ป.ป.ช. ฟันคดีที่ 3 ในรอบปี 66 อดีตนายกเทศบาลท่างิ้ว ปมทุจริตระบบประปา
 

ข่าวล่าสุด