สาวประเภทสอง ยันแฟนหนุ่มถูกคลุมถุงดำ-ซ้อม ฝากถึงตำรวจ"กล้าทำ ต้องกล้ารับ"
28 ส.ค. 2566 | ratchata

สาวประเภทสอง ยืนยันแฟนหนุ่มถูกตำรวจ "คลุมถุงดำ-ซ้อมทำร้าย" จริง แต่ไม่มีหลักฐานเพราะถูกยึดมือถือ บอกจำหน้าคนทำร้ายได้ ฝากถึงตำรวจ "กล้าทำต้องกล้ารับ"
ข่าว
28 ส.ค. 2566 | ratchata

สาวประเภทสอง ยืนยันแฟนหนุ่มถูกตำรวจ "คลุมถุงดำ-ซ้อมทำร้าย" จริง แต่ไม่มีหลักฐานเพราะถูกยึดมือถือ บอกจำหน้าคนทำร้ายได้ ฝากถึงตำรวจ "กล้าทำต้องกล้ารับ"
28 สิงหาคม 2566 จากกรณีการร้องเรียนตำรวจ สภ.วังน้อย ซ้อมทำร้ายและคลุมถุงดำ โดย นางเหมย (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ชาว อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี สาวประเภทสองซึ่งเป็นแฟนของ นายเอนก (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ลูกชายของนางเหมย ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อฯ
เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ นายเอนก ที่ถูกตำรวจชุดสืบสวน สภ.วังน้อย จับกุมในคดีลักทรัพย์ แต่กลับถูกนำตัวไปสอบสวนด้วยความรุนแรง ใช้ถุงดำคลุมหัวและทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณใบหน้าและตามร่างกาย เพื่อให้ยอมรับในคดีเกี่ยวกับคดีทางเพศ
ต่อมา พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีผู้เสียหายเป็นผู้หญิงได้เข้ามาแจ้งความ ระบุว่า ขณะกำลังไปวิ่งออกกำลังกาย ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แล้วถูกคนร้ายเป็นชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ใช้อาวุธปืนจี้บังคับผลักลงข้างทาง พร้อมกับใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะ บังคับให้อมอวัยวะเพศ กระทั่งพลเมืองดีผ่านมาจึงได้หยุดการกระทำ แต่คนร้ายจึงฉวยโอกาสชิงเอาอาโทรศัพท์ของผู้เสียหายไป
ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐาน จนกระทั่งทราบตัวคนร้าย พร้อมทั้งรวมรวบพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับ ในข้อหา "ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธปืน" และ "ข่มขืนกระทำชำเรา" ซึ่งยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายผู้ต้องหา พร้อมนำคลิปขณะสอบสวนมาเป็นหลักฐาน พร้อมบอกว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายอนุสรณ์ อายุ 27 ปี สาวเป็นประเภทสอง แฟนของนายเอนก ผู้ต้องหา เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าของคดีซ้อมทำร้าย และ คลุมถุงดำ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือใช้ถุงดำคลุมหัว พร้อมกับคลิปหลักฐานไปให้ดู
นายอนุสรณ์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอีกครั้งว่า ในวันเกิดเหตุตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.วังน้อย มีการนำหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาแสดง จับแฟนของตนเองในข้อหาชิงทรัพย์ ที่หน้าวัดมณฑลประสิทธิ์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแฟนของตนเองยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุชิงทรัพย์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ข่มขืน หรือบังคับให้ผู้เสียหายอมอวัยวะเพศ ช่วงที่มีการจับกุมไม่มีการซ้อมหรือกระทำอะไรรุนแรง
จากนั้นตำรวจพาตนเองและแฟนไปที่ห้องสืบสวน สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พอถึงในห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เอาถุงสีดำมาคลุมหัวแฟนของตนเอง และกันตนเองออกจากห้องสืบสวน พร้อมกับยึดโทรศัพท์ของตนเองเอาไว้
"พอออกมาจากห้อง เสียที่ได้ยินคือเสียงของการเตะ การตบ เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน ว่า มึงอย่ามาเก่งกับกู"
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ตอนที่จับการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่จับกุมได้มีการพุดมาก่อนแล้วว่า “เดียวจะเอาถุงดำมาคลุมหัว” ตนยังคิดว่าจะเป็นการข่มขู่ ไม่คิดว่าจะทำกันจริงๆ ซึ่งไม่มีหลักฐานอะไรที่บอกได้ว่าตำรวจซ้อมแฟน เพราะโทรศัพท์ถูกตำรวจยึดไปหมด ไม่สามารถติดต่อใครได้ตอนที่ได้ยินเสียงแฟนกำลังถูกซ้อม จึงได้แต่ดูและฟัง จดจำเจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่เอาถุงดำคลุมหัวได้เท่านั้น
ทั้งนี้ยอมรับได้เรื่องที่แฟนตนเองถูกดำเนินคดีตุชิงทรัพย์และข่มขืน ไม่ติดใจอะไร เพราะตำรวจทำตามพยานหลักฐาน แต่ไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาใช้วิธีการในการซ้อมแฟนของตนเอง เป็นการทำเกินกว่าเหตุ
นายอนุสรณ์ บอกอีกว่า ผกก.สภ.วังน้อย ได้เรียกตนและญาติของแฟน ไปพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ได้กล่าวของคุณ ผกก.สภ.วังน้อย ที่จะให้ความเป็นธรรมกันแฟนของตนเอง ส่วนเรื่องของคดีให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย อยากได้ความเป็นธรรมของแฟนคืนที่ถูกตำรวจกระทำ ตนเองมีแค่การจัดจำที่เห็นการกระทำของตำรวจที่ทำกบตนเองเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอื่น ซึ่งตนจำได้ทุกคน
ในส่วนของข้อหาชิงทรัพย์ และคดีข่มขืน ตนเองได้พุดคุยกับแฟนแล้ว แฟนบอกว่าได้ชิงทรัพย์เป็นโทรศัพท์มือถือจริง แต่ข้อหาข่มขืนแฟนบอกว่าไม่ทำและให้การปฏิเสธของตำรวจ ซึ่งเราเข้าใจว่าทางผู้เสียหายมีการแจ้งความตำรวจรวบรวมมีพยานหลักบานของตำรวจ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย เพราะช่วงของการเกิดเหตุชิงทรัพย์ ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย จึงไม่ทราบว่าแฟนกระทำอะไรบ้าง
“อยากฝาก ถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ด้วย แฟนทำผิดแล้วได้ยอมรับผิดสิ่งที่ทำไป แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิด ทำร้ายร่างกายแฟนแล้ว ต้องยอมรับผิดสิ่งที่ทำด้วย” นายอนุสรณ์ กล่าวในตอนท้าย