เนชั่นทีวี

ข่าว

"คดีคลุมถุงดำ" จากคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต สู่ ป.ป.ช. ยึดทรัพย์ 1 พันล้าน

25 ธ.ค. 2565 | piyawan_uan

"คดีคลุมถุงดำ" จากคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต สู่ ป.ป.ช. ยึดทรัพย์ 1 พันล้าน

"คดีคลุมถุงดำ" ยังคงเป็นคดีที่ติดตามกันมาอย่างต่อเนื่อง "ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์" จะพาไปย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบทสรุปของคำพิพากษา ไปจนถึง ป.ป.ช. สั่งยึดทรัพย์ 1 พันล้าน

เป็นคดีที่ยังคงติดตามตามกันมาอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว กรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ "ผู้อดีตผู้กำกับโจ้" ร่วมกับพวก คลุมถุงดำและซ้อมทรมาน นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ หรือมาวิน อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด จนเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 นายมาวิน ถูกชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ วางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนกับยาไอซ์ จำนวน 300 กรัม จนถูกจับควบคุมไว้ในห้องเลขที่ 05 ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด

ต่อมาวันที่ 5  สิงหาคม 2564 "อดีตผู้กำกับโจ้" พร้อมพวก ใช้ถุงดำซ้อนกัน 6 ถุง แล้วครอบศีรษะนายมาวิน เพื่อบีบบังคับเอาข้อมูลยาเสพติดที่ผู้ต้องหาซุกซ่อนไว้ จนนายมาวิน หมดสติ พลัดตกเก้าอี้

"อดีตผู้กำกับโจ้" กับพวก เอาน้ำราดแต่ไม่ฟื้น จึงช่วยกันปั๊มหัวใจ และพาส่งโรงพยาบาลพริ้นซ์ปากน้ำโพ แพทย์ช่วยเหลือจนกู้สัญญาณชีพกลับมาได้ แต่ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ส่งต่อ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

แพทย์สรุปสาเหตุการตายว่า "เกิดจากการขาดอากาศหายใจ" กระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุ พยายามวิ่งเต้นปิดคดี โดยเฉพาะหลักฐานจากคลิปวงจรปิด

แต่หลักฐานวงจรปิด ถูกส่งต่อให้กับทนายชื่อดัง จนภาพการทรมาน "ถุงดำคลุมศีรษะ" ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 วันดังกล่าว "อดีตผู้กำกับโจ้" เดินทางออกจากบ้านพักย่านรามอินทรา มุ่งหน้าไปชลบุรี

กระทั่งวันที่ 26 สิงหาคม 2564 เจ้าตัวตัดสินใจโทรหา "รอง ผบช.ภ.6" และนัดมอบตัวที่ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ก่อนถูกคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)
พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล  "อดีต ผกก.โจ้"
ภายหลังถูกจับกุม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร. ในขณะนั้น มีคำสั่งให้ "อดีตผู้กำกับโจ้" ออกจากราชการ ตามที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ และส่งเรื่องมายัง ผบ.ตร. พิจารณาลงนาม

ประหารชีวิต "อดีต ผกก.โจ้" คลุมถุงดำผู้ต้องหาคดียาเสพติด

วันที่ 8 มิถุนายน 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่อัยการฝ่ายคดีอาญาทุจริต 3 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรค์, พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง สว.สส., ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค รอง สวป., ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา รอง สวป., ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว ผบ.หมู่ ป., ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น ผบ.หมู่ ป., และ ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผบ.หมู่ ป. เป็นจำเลยที่ 1-7

ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันข่มขืนใจโดยใช้กำลังประทุษร้าย ฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย และตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม 1.5 ล้านบาทเศษ

ศาลพิพากษาว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล  "อดีต ผกก.โจ้" จำเลยที่ 1-5 เเละ ที่ 7 กระทำผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษข้อหาฆ่าโดยโหดร้ายทารุณโหดร้ายเป็นกรรมเดียว ลงโทษบทหนักสุดให้ประหารชีวิต ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนจำเลยที่ 6 ผิด ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 5 ปี 4  เดือน

สาเหตุที่ศาลบรรเทาโทษ เนื่องจากพบว่าหลังจากที่ผู้ตายหมดสติ ทั้งหมดให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ. เเละ ช่วยค่าปลงศพ 3 หมื่นบาท ร่วมกันวางเงินเยียวยาผลร้ายให้กับบิดามารดา คนละ 3 เเสนบาท เป็นเหตุลดโทษให้จำเลย คนละ 1 ใน  3

"คดีคลุมถุงดำ" จากคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต สู่ ป.ป.ช. ยึดทรัพย์ 1 พันล้าน

"อดีตผู้กำกับโจ้"  สำนึกผิด ไม่ขอสู้คดี

นางจันทา อุทธนผล มารดา "อดีตผู้กำกับโจ้" เดินทางไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด พร้อมระบุ ลูกชายสำนึกในการกระทำผิดดังกล่าวแล้ว และรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ขาดความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามกฎหมาย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และพร้อมจะน้อมรับโทษตามที่ศาลพิพากษามา ไม่ประสงค์ที่จะต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาอีกต่อไป โดยให้โทษเป็นไปตามที่ศาลพิพากษาไว้

จากคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ถึง ป.ป.ช. ยึดทรัพย์ 1 พันล้าน

14 พฤศจิกายน 2565 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. แถลงข่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ "อดีตผู้กำกับโจ้" กรณีร่ำรวยผิดปกติ ขอให้ทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 1,358 ล้านบาท ส่งอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน

มีรายละเอียดทรัพย์สิน จำนวน 32 รายการ ประกอบด้วย 1.เงินฝากในบัญชีธนาคาร 3 แห่ง จำนวนกว่า 1,243 ล้านบาท 2.บ้าน 2 หลัง พร้อมที่ดินรวม 5 ไร่ มูลค่ากว่า 54 ล้านบาท 3.รถยนต์ จำนวน 15 คัน มูลค่ากว่า 6.1 ล้านบาท 4.หนี้สิน จากการผ่อนชำระตามสัญญา เช่าซื้อรกยนต์ที่ลดลงผิดปกติ จำนวนกว่า 53 ล้านบาท
"คดีคลุมถุงดำ" จากคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต สู่ ป.ป.ช. ยึดทรัพย์ 1 พันล้าน
ทั้งนี้ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า รายการทรัพย์สินเหล่านี้ ได้มาโดยไม่สัมพันธ์กับรายได้ และเกินกว่าฐานะและรายได้ ที่ได้รับจากราชการจะพึงมี จึงเป็นกรณีที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ร่ำรวยผิดปกติ ตามนัยมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญฐัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเรื่องจากการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน "ผู้อดีตผู้กำกับโจ้" พร้อมพวก ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

ข่าวล่าสุด