ด้าน นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า ในส่วนของอำเภอ ได้ดำเนินการยื่นหนังสือคัดค้านของประชาชน แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแล้วว่า โครงการนี้ประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย
“มีหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวข้องมากมาย ทางอำเภอไม่มีส่วนอนุญาตใด ๆ ถือว่าการคัดค้านของประชาชน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน โครงการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ถ้ากระทบต่อประชาชน ประชาชนสามารถคัดค้านได้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ ตอนนี้บริษัทยังไม่ได้ฟังความคิดเห็นของประชาชน ถ้ายังไม่ผ่านก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ โดยศูนย์ดำรงธรรมแม่สะเรียง ยินดีรับความเดือดร้อนของประชาชน
จากนั้น แกนนำชุมชน คัดค้านการสร้างเหมืองแม่สะเรียง และภาคประชาชน ได้ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอแม่สะเรียง เพื่อเรียกร้องให้กันพื้นที่ทำเหมืองออกจากป่า ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจะหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศกระทรวง ที่ระบุให้พื้นที่ป่าชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งแร่หิน
ต่อด้วยเวทีเสวนา โดยวิทยากรประกอบด้วย นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีราชื่อพรรคก้าวไกล, นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ , นายจีรพงษ์ พวงทอง สจ.เขตอำเภอแม่สะเรียง , นายวิชัย กองแก้ว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลยวมใต้ , นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกสมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน , นายสุมิตชัย หัตถสาจ นักกฏหมายศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น , นายอยากร บุษยาวรรณ ผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลธารทิพย์
โดยผู้ร่วมเสวนา ต่างมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่เห็นด้วย และร่วมคัดค้านในการขอประทานบัตรในครั้งนี้ เป็นที่ถูกอกถูกใจของพี่น้องประชาชนคนแม่สะเรียง ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
สำหรับ พื้นที่การขอประทานบัตรตามคำขอที่ 1/2565 มี เนื้อที่ 132-0-97 ไร่ ในพื้นที่ป่ารอยต่อหมู่บ้านโป่งดอยช้าง หมู่ 13 ตำบลบ้านกาศ และ บ้านแพะหมู่ 3 ตำบลแม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ชนิดแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมการก่อสร้าง)
ขณะที่ผู้แทนอุตสาหกรรม จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวชี้แจงบนเวทีว่า ขณะนี้ทางหน่วยงาน ยังไม่ได้รับคำร้องขอประทานบัตร จาก บริษัท เชียงใหม่โรงโม่หิน จำกัด แต่อย่างใด เพราะเอกสารที่ขอมานั้นไม่ครบถ้วน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำเหมือง อ้างอิงจากล่าสุด ที่กรมป่าไม้ได้มีหนังสือกรมป่าไม้ที่ ทส.1602.51/11901 ลงวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2565
โดยกรมป่าไม้ ระบุในการยื่นคำขอประทานบัตร ที่เกี่ยวข้องกับการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนนั้น ต้องมีเอกสารส่วนประกอบมากมาย โดยเฉพาะรายงานการสำรวจนับแยกประเภท-ขนาดไม้ทั่วพื้นที่ ตลอดจนสภาพการประเมินความอุดมสมบูรณ์พื้นที่ที่ยื่นขอ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แผนผังการทำเหมืองแร่ ฯลฯ
ที่สำคัญที่สุดคือการขออนุญาตทำเหมือง มีปัญหาการร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ สุดท้าย คือการทำประชาคมผู้เกี่ยวข้อง หากตรงนี้ไม่ผ่าน ก็ไม่สามารถอนุมัติประทานบัตรได้ และขณะนี้บริษัท เชียงใหม่ฯ ก็ยังไม่มีเอกสารประกอบที่ครบถ้วน โดยเฉพาะ EIA และการทำประชาคม ทางหน่วยงานจึงยังไม่ได้รับคำขอแต่อย่างใด