ด้าน พระ ฐิติโก ภิกขุ หรือหลวงตาอ๋อย พระผู้ดูแลสถานที่ เล่าว่า ได้เดินทางธุดงค์มาจากจังหวัดมุกดาหาร พบสถานที่แห่งนี้ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้างถูกทิ้งให้รกร้างว่างเปล่า ซึ่งตนเองเกิดที่บ้านหนองตาคงแห่งนี้ แต่ได้จากบ้านไปกว่า 40 ปี กระทั่งมีโอกาสได้กลับมา จึงอยากพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้มีประโยชน์ ซึ่งทราบว่าสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นวัดมาก่อน จากนั้นได้ศึกษาและตรวจสอบพร้อมทั้งติดต่อไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนานครราชสีมา และกรมศิลปากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนพอทราบมาว่าวัดดังกล่าวเคยจัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ 2325 แล้วถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 240 ปี จนโบราณสถานถูกบุกรุก เหลือเพียงซากโบสถ์โบราณที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ซากอิฐซากปูนซากไม้ที่เหลืออยู่ให้เห็นเพียงเล็กน้อย
โดยขณะนี้โฉนดที่ดินก็ยังระบุว่าสถานที่แห่งนี้เป็นวัดร้าง จึงมีความคิดอยากจะพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้เกิดประโยชน์ในการสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป มุ่งหวังบูรณะให้สวยงาม แต่ยังคงไว้ซึ่งความเก่าให้สมกับเป็นวัดเก่าแก่ 240 ปี และอยากอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลัง จึงได้ปรึกษากับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ ให้เข้ามาช่วยออกแบบและสร้าง โดยใช้ปัจจัยจากผู้ที่มีจิตศรัทธา ส่วนใหญ่จะขอบริจาคเป็นอิฐหินปูนทรายตามแต่จิตศรัทธา พร้อมกันนี้ชาวบ้านใกล้เคียงที่มีความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างเมื่อว่างเว้นจากภารกิจการงาน มาช่วยกันออกแรงช่วยสร้างช่วยพัฒนาวัดร้างแห่งนี้
“ส่วนเรื่องภูตผีปีศาจ หลวงตาอ๋อยบอกว่าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา อยากให้ทุกคนมีสติตามหลักคำสั่งสอนของศาสนาพุทธ ส่วนชาวบ้านที่ต้องการขอโชคลาภหวยเบอร์ ทางวัดต้องขออภัยไว้ด้วยเนื่องจากหลวงตามีความตั้งใจที่พัฒนาสถานที่แห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมพานั่งสมาธิเดินจงกรม ใช้ธรรมะกล่อมเกลาจิตใจ ตามหลักพระพุทธศาสนา ขอละเว้นในเรื่องของการใบ้ตัวเลข เจิมรถรวมถึงวัตถุของขลังศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ” หลวงตาอ๋อย ระบุ