เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้สูงอายุเชียงใหม่ เห็นด้วยตรวจสอบความจนก่อนรับสิทธิ แต่หลักเกณฑ์ต้องชัดเจน

15 ส.ค. 2566 | piyawan_uan

ผู้สูงอายุเชียงใหม่ เห็นด้วยตรวจสอบความจนก่อนรับสิทธิ แต่หลักเกณฑ์ต้องชัดเจน

"ผู้สูงอายุเชียงใหม่" เห็นด้วยตรวจสอบความจนก่อนรับสิทธิเบี้ยคนชรา แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ขณะเดียวกันวอนภาครัฐเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชร าเพราะไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย

จากกรณีกระทรวงมหาดไทยประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เบี้ยผู้สูงอายุ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา โดย คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566 คือ มีสัญชาติไทย, มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

15 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่พูดคุยและสอบถามความเห็นผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่กำลังจะอายุ 60 ปี เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พบว่า เห็นด้วยกับการพิสูจน์ว่า ผู้สูงอายุแต่ละคนมีรายได้ตามเกณฑ์จริงหรือไม่ เพราะจะได้เป็นการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไม่มีเงิน และต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามควรจะเพิ่มจำนวนเงินผู้สูงอายุในแต่ละเดือนด้วย เนื่องจากเงินละ 600 บาท ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย

ผู้สูงอายุเชียงใหม่ เห็นด้วยตรวจสอบความจนก่อนรับสิทธิ แต่หลักเกณฑ์ต้องชัดเจน

นางวิลัยวรรณ อายุ 60 ปี แม่ค้าขายดอกไม้ในตลาดประตูก้อม จ.เชียงใหม่ เล่าว่า ตนได้รับเบี้ยผู้สูงอายุมาประมาณ 1 ปี ซึ่งตนก็เห็นด้วยกับการที่จะมีการตรวจสอบรายได้ของผู้สูงอายุที่กำลังจะอายุ 60 ปี เพราะจะได้เป็นการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริง ๆ ซึ่งตนมองว่า เดือนละ 600 บาท ไม่เพียงพอ หากผู้สูงอายุไม่ทำงานเพิ่มก็คงไม่พอที่จะซื้อข้าวกิน หรือ ใช้จ่ายในแต่ละวัน เนื่องจากตอนนี้ค้าขายลำบาก เศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นเบี้ยผู้สูงอายุก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยคนชราที่มีความลำบากได้

ผู้สูงอายุเชียงใหม่ เห็นด้วยตรวจสอบความจนก่อนรับสิทธิ แต่หลักเกณฑ์ต้องชัดเจน

ด้าน นายวัช (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมอง 2 มุม มุมแรกคือ การช่วยเหลือคนที่มีรายได้น้อยเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ เพราะเศรษฐกิจแย่มาก แต่อีกมุมก็คือ เบี้ยผู้สูงอายุเป็นรัฐสวัสดิการที่ทุกคนควรจะได้รับ และเบี้ยคนชราก็เป็นสิ่งที่ทุกคนที่อายุ 60 ปี ได้รับ อยู่ ๆ มาเปลี่ยนอาจจะเป็นการเลือกปฎิบัติหรือไม่

นอกจากนี้ยังมองว่า คนที่มีเงินอยู่แล้ว รวยอยู่แล้ว ก็ควรจะยินยอมให้นำเงินที่ได้รับไปช่วยคนที่ไม่มีรายได้น้อยและลำบาก ตนอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ไม่ว่าใครจะได้เป็นเข้ามาดูใจพี่น้องประชาชนอย่างเร็วที่สุด

ผู้สูงอายุเชียงใหม่ เห็นด้วยตรวจสอบความจนก่อนรับสิทธิ แต่หลักเกณฑ์ต้องชัดเจน

ข่าวล่าสุด