เมื่อนางต้อย อายุได้ 13 ปี หรือประมาณ พ.ศ.2519 ได้ไปอยู่กินกับสามี ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี มีลูกกับสามี 3 คน อายุ 43 ,41 และ 33 ปี ลูกมีบัตรทั้งหมด แต่ตัวเองไม่มี จึงไม่ได้รับสิทธิ์ใด ๆ จากทางราชการ
จ่าเอกอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการค้นประวัติ พบว่าแม่ของนางต้อย ชื่อนางแหล่ เคยอาศัยอยู่พื้นที่ หมู่ 3 ต.แสลงพัน (ปัจจุบันแยกเป็น ต.หนองบัวโคก) อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปัจจุบันอายุ 87 ปี อาศัยอยู่พื้นที่ หมู่ 4 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังมีชีวิตอยู่ และยังพบในทะเบียนบ้านนางแหล่ มีลูกอยู่ด้วยกันอีก 3 คน
หลังจากนายอำเภอทราบข้อมูล ได้สั่งการให้ตนแจ้งไปยังนางต้อย ว่า กรณีนี้มีสิทธิ์ได้ทำบัตรประชาชน ด้วยการใช้หลักการข้อ 2 คือนำแม่ หรือพี่น้องที่เหลือมาตรวจ DNA หากตรงกันก็สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้ทันที ยอมรับเคสนี้หาข้อมูลนานกว่า 3 สัปดาห์กว่าจะพบการเชื่อมโยงกัน แต่ตอนนี้นางแหล่ แม่นางต้อย ยังไม่รู้ว่าลูกคนนี้ยังมีชีวิตอยู่