ชาวบ้านโคราช ร้องมือดีลอบทิ้ง "ขยะอุตสาหกรรม" ใกล้ป่าชุมชนกว่า 1 พันตัน
04 ส.ค. 2566

ชาวบ้านโคราชร้อง รถพ่วงลอบขน "ขยะอุตสาหกรรม" มาทิ้งในป่าใกล้ชุมชน กว่า 1 พันตัน ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบ
ข่าว
04 ส.ค. 2566

ชาวบ้านโคราชร้อง รถพ่วงลอบขน "ขยะอุตสาหกรรม" มาทิ้งในป่าใกล้ชุมชน กว่า 1 พันตัน ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบ
4 สิงหาคม 2566 ที่ จ.นครราชสีมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอสูงเนิน , ตำรวจ ปทส. , สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนครราชสีมา , องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตะไก้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบกอง "ขยะมูลฝอย" ที่มีคนลักลอบ นำมาทิ้งไว้ในที่ดินว่างเปล่า ภายในชุมชนบ้านหนองแวง ต.หนองตะไก้ อ.สูงเนิน หลังจากได้รับการร้องเรียน จากชาวบ้านว่า พบเห็นรถพ่วงบรรทุกขยะ มาจากพื้นที่อื่น วิ่งเข้ามาภายในชุมชน ก่อนที่จะนำขยะดังกล่าว มาทิ้งในพื้นที่ ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้านในพื้นที่
จากการตรวจสอบพบว่า กองขยะที่กองไว้ ได้ส่งกลิ่นเหม็นรอบพื้นที่ เป็นขยะที่รอการฝังกลบ บริเวณโดยรอบ ยังพบเนินดินอีก 5 เนิน มีความสูงประมาณ 3 เมตร ซึ่งเนินดินเหล่านี้ เกิดจากการลักลอบนำขยะที่ขนมา แล้วนำมาฝังในพื้นที่ จากการวัดขนาดของเนินดินคาดว่า ขนาดของหลุมที่ฝังกลบขยะ ที่ฝังกลบไปแล้วนั้น มีความลึกประมาณ 5 เมตร มีขนาดประมาณ 7x13 เมตร คาดว่าขยะที่ลักลอบมาทิ้งนั้น มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1,000 - 1,200 ตัน
โดยก่อนหน้านี้ทาง อบต.หนองตะไก้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน ได้มีการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบแล้ว เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากได้รับข้อร้องเรียนจากทางชาวบ้าน โดยวันดังกล่าว พบรถแบคโฮกำลังขุดหลุม เพื่อนำขยะทั้งหมดฝังกลบแต่ไม่ทัน จนทาง อบต.หนองตะไก้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาเห็นเสียก่อน จึงได้มีการอายัดรถแบคโฮเอาไว้เพื่อตรวจสอบ
นายสุวิทย์ ปิดสูงเนิน อายุ 54 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า ตนและชาวบ้านนั้น พบเห็นรถพ่วงบรรทุกขยะ วิ่งเข้ามาภายในหมู่บ้าน ในช่วงก่อนวันหยุดยาว หลังจากนั้นก็ยังพบเห็นวิ่งเข้ามาตลอด ตอนแรกยังไม่รู้ว่า สิ่งที่รถบรรทุกเข้ามานั้นเป็นขยะ เพราะมีผ้าใบปิดเอาไว้ จนรถพ่วงวิ่งเข้ามาบ่อยทุกวัน จึงทำให้สงสัยว่า บรรทุกอะไรมา
จึงได้ตามมาดู เห็นเป็นขยะ จึงได้มีการแจ้งทาง อบต. เพื่อให้ช่วยมาตรวจสอบ เนื่องจากขยะที่นำมาทิ้งนั้น ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน และกังวลผลกระทบ ที่เกิดจากขยะ เพราะไม่รู้ว่าขยะที่นำมาทิ้งนั้น เป็นขยะชนิดใด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และเร่งนำขยะดังกล่าว ออกไปจากพื้นที่
ภายหลังจากการลงพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเชิญผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกขยะดังกล่าว มาให้ปากคำกับทางตำรวจ ปทส. โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้รับขนส่ง ให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างนำขยะกากอุตสาหกรรม
จากโรงงานบดย่อยและหลอมพลาสติก ในพื้นที่ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา มาเททิ้งบริเวณดังกล่าว ในช่วงระหว่างวันที่ 27 – 30 ก.ค. 66 รวมปริมาณขยะที่นำไปเททิ้ง 20 เที่ยว โดยไม่ได้ขออนุญาต นำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงงาน และใบอนุญาตขนส่งกากอุตสาหกรรม แต่อย่างใด
ตำรวจ ปทส. จึงร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ดังนี้
1.พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 19 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 73 กรณีที่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน ประกอบกิจการรับกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
2.พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 31 (2) ห้ามมิให้ผู้ใดเททิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย ในสถานสาธารณะนอกภาชนะ หรือที่ที่ราชการท้องถิ่นจัดไว้
3.กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าไม้
4.พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 กรณีประกอบกิจการฝังกลบกากอุตสาหกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต การนำออกและขนส่งกากอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจเข้าข่ายเป็นการครอบครองวัตถุอันตราย โดยไม่ได้รับอนุญาต
นายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) กล่าวว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ ณ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบ การดำเนินการทางกฎหมาย ในกรณีที่เข้าข่ายเป็นกากของเสียอันตราย กับผู้ประกอบการรายนี้
นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้ประกอบการรายนี้ ที่มีพฤติกรรมนำขยะที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม อบต. หรือเทศบาล ที่ได้ทำสัญญาเอาไว้ ลักลอบนำมาทิ้งในระหว่างทาง แทนที่จะนำไปทิ้งยังจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง
จึงอยากเตือนไปยัง องค์กรปกครองท้องถิ่น ที่มีการว่าจ้างในการกำจัดขยะ อยากให้ตรวจสอบให้ละเอียด เกี่ยวกับสัญญา หรือใบอนุญาตจากทางผู้ประกอบการ รวมไปถึงการตรวจสอบว่า ขยะที่ออกจากพื้นที่นั้นไป ถึงปลายทางหรือไม่ รวมทั้งเจ้าของที่ดิน ที่ให้เป็นสถานที่พักขยะ หรือเป็นสถานที่ในการฝังกลบเพื่อกำจัดขยะนั้น อาจจะมีความผิดไปด้วย
ข่าวล่าสุด