ด้าน เจ๊ณี อายุ 59 ปี คู่กรณี น.ส.หวาน ยอมรับว่าตบจริง วันดังกล่าวตนมาทำงาน 65 โมงเช้า มีผู้โดยสารชาวต่างชาติมาถามว่ารถไปขอนแก่นออกกี่โมง ตนก็บอกว่าออก 7 โมง ต่างชาติก็ตอบกลับมาว่า ทำไมรถตู้บอกออก 8 โมง ตนเองเลยเดินไปถามว่า ทำไมโกหกผู้โดยสารแบบนั้น คนขายตั๋วบอกไม่ได้โกหก และมีปากเสียงกัน เขาด่าถึงโคตรพ่อโคตรแม่เลย ตนจึงบอกให้เขากลับไป เขายังตะโกนด่าบุพการีอีก ตนเองโกรธจนทนไม่ไหว จึงลุกไปต่อยหน้าเขาทันที
ขอฝากถึงอีกฝ่ายว่า ถ้าอยากอยู่ก็อย่ามาทะเลาะเบาะแว้งกัน เรามีสัมปทานเดินรถ ขอนแก่น โคราช เรามีสิทธิ์รับผู้โดยสาร อย่ามาถือสิทธิ์คนเดียว ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องผู้หลักผู้ใหญ่ คิดและตัดสินให้ ยุติธรรม ตนยืนยันว่าตนเองไม่ผิดเพราอีกฝั่งเขาด่าก่อน และเหตุที่ต่อยไปเพราะว่าพี่ปกป้องครอบครัว ใครจะมาด่าพ่อแม่เราไม่ได้
นายชาตรี สอนสี รักษาการ ผอ.กองการท่องเที่ยวและกีฬา เทศบาลนครอุดรธานี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายที่กำกับดูแล บขส.แห่งที่ 1 เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องการร้องเรียนบุคลากรของเทศบาลนครใช้อำนาจและอิทธิพลในทางที่ไม่ชอบในการดำเนินการเอารัดเปรียบผู้ประกอบการที่ประกอบการที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 ไว้แล้ว จากนี้จะเรียกผู้เกี่ยวข้อมาสอบสวนทั้งหมด ว่าจริงเท็จแค่ไหนหรือไม่อย่างไร รวมทั้งจะสั่งย้ายรองไก่ ไปทำงานที่อื่นก่อน เพื่อให้การสอบสวนเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย