เบื้องต้นคาดว่าน่าจะต้องทำการเผาที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วน่าจะนำเอาเถ้ากระดูกของพี่สาวกลับมาบ้าน ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่พี่สาวและพี่เขยไม่ได้เดินทางไปทำงานตามระบบ แต่อาศัยวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าไปทำงาน ดังนั้นเมื่อมีการแจ้งความผู้เสียชีวิตแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องทำเรื่องไปยังสถานทูต เพื่อให้พิจารณาขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบต่อไป จึงอยากวิงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือใครก็ตามที่พอจะช่วยเหลือได้ ให้ช่วยดำเนินการนำพี่สาวและพี่เขยกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่จะได้พาพี่สาวกลับมาบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาเป็นครั้งสุดท้าย
ด้านนางสมพงษ์ อายุ 51 ปี แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อได้ยินข่าวว่าลูกสาวเสียชีวิตนั้นตัวเองแทบช็อก ใจจะขาด ทำใจไม่ได้ ลูกสาวถือเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นคนดี กตัญญูรู้คุณ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว เมื่อก่อนทำไร่ ทำสวน รับจ้างนานาชนิด เพื่อนำเงินมาใช้หนี้สินและเลี้ยงครอบครัว เมื่อมีโอกาสอยากไปทำงานต่างประเทศเพื่อที่จะหาเงินให้ได้โดยเร็ว
ลูกสาวไปอยู่เกาหลีมาแล้วนานกว่า 4 ปี เก็บเงินส่งเสียทางบ้านจนไถ่ถอนที่ดินของแม่ที่ไปจำนองเอาไว้ 17 ไร่ กลับคืนได้ทั้งหมด และสร้างต่อเติมบ้านเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 หลัง เพื่อให้ครอบครัวทั้งแม่ ลูกสาวของตัวเองที่จำใจต้องทิ้งไปอยู่ต่างแดนอีก 3 คน คนโตอายุ 13 ขวบ คนรองอายุ 10 ขวบ และคนเล็ก อายุ 7 ขวบโดยที่ไม่มีโอกาสได้กอดลูก ได้อยู่สบาย และตั้งใจว่าของทำงานเก็บอีก 2 ปี จะกลับมาตั้งตัวที่บ้านเกิด แต่สุดท้ายก็ต้องมาเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
"หากเป็นไปได้อยากให้ตัวเองเป็นตัวแทนลูกดีกว่า เพราะอยากให้ลูกสาวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวอีกครั้ง สงสารหลานสาว 3 คน ที่ตอนนี้ต้องกลายเป็นกำพร้าแม่ไปแล้ว" นางสมพงษ์ กล่าว