ผู้แสวงบุญ รายเดิม กล่าวว่า ฮุจญาตบางคนไม่ได้รวย เก็บเงินทั้งชีวิต บางคนขายดิน เพื่อมาบ้านของพระเจ้าเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ ตอนนี้พวกตนไม่รู้ชะตากรรมเลยว่า ต้องทำอะไร จะไปที่ไหนต่อเมื่อไหร่ ไม่มีใครบอก บริษัทก็ติดต่อไม่ได้ แม้แต่แซะห์กับผู้ช่วย ก็ติดต่อบริษัทไม่ได้
ด้าน นายอดุล ประเสริฐดำ ผู้ช่วยแซะห์ กล่าวว่า ตนรู้สึกงงเหมือนกัน ที่โปรแกรมตลอดการเดินทาง ไม่ได้เป็นไปตามที่บริษัทแจ้งไว้ตั้งแต่ต้น วันแรกพวกตนมาถึง ก็มาอยู่ตรงนี้ พอเข้าวันที่ 3 อาหารก็หมด ตอนนี้ยังงงในสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนได้ย้ายไปใกล้มักกะห์แล้ว แต่พวกตนไม่ได้ย้าย ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร นี้ก็ใกล้จะได้กลับแล้ว ก็ยังไม่รู้เลยว่า เกิดอะไร
การไปมัสยิดเป็นเรื่องใหญ่ เดินทางชั่วโมงกว่า อายุบางคนก็มาก บางคนขายที่ดินมา ก็อยากได้สิทธิ์ตามที่สมควร ตามที่บริษัทได้คุยกับแซะห์ คนที่เดือดร้อน 280 คน แต่ที่กล้าออกมาร้องเรียนแค่ 21 คน แซะห์จ่ายเงินให้บริษัทครบหมดแล้ว ตอนนี้ทุกคนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ พวกเรายังรอการช่วยเหลือ จากทุกหน่วยงาน จากรัฐบาล จากทุกคน ขอได้โปรดช่วยเหลือพวกเราทุกคนที่นี้ด้วย
เจ้าหน้าที่จังหวัดยะลารายหนึ่ง กล่าวว่า บริษัทแห่งนี้มีปัญหาตั้งแต่ ก่อนออกเดินทางแล้ว เขามีทั้งหมด 548 คน ค้างค่าเครื่องบิน 11 ล้านกว่าบาท กว่าจะได้บิน ก็ต้องเครียร์ปัญหา จนถึงวินาทีสุดท้าย ทีแรกก็คิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว แต่ก็รู้สึกตกใจที่ได้มาทราบว่า มีผู้แสวงบุญถูกลอยแพ ตอนนี้ก็มีความพยายามประสานงาน กับหลายภาคส่วน ให้มาดูแลช่วยเหลือ
ขณะที่ ชาวไทย ซึ่งอยู่ ที่ในมักกะห์ รายหนึ่ง กล่าวว่า กลุ่มที่มีปัญหา 500 กว่าคน มีแซะห์ 40 คน พวกเขาถูกบริษัทลอยแพ ปัญหาอยู่ที่บริษัท ไม่ได้เกี่ยวกับแซะห์ เพราะแซะห์ จ่ายเงินให้บริษัทครบแล้ว ที่สำคัญ เจ้าของบริษัทไม่ได้เดินทางมาเอง ให้ภรรยากับลูกมาดูแล ซึ่งเป็นภรรยาคนที่เท่าไหร่ไม่แน่ใจ แต่ทราบข้อมูลแค่นี้ พอเกิดเรื่องภรรยาและลูก มาพักที่โรงแรมฮิลตัน ใกล้ ๆ มักกะห์ ได้แต่ร้องไห้
แหล่งข่าวอีกราย กล่าวว่า บริษัทดังกล่าว เจ้าของเคยมีประวัติลักษณะนี้มาตลอด เปิดบริษัทมาแล้วโดนแบล็คลิสต์ มาสามครั้งแล้ว ก็เปิดใหม่เป็นแบบนี้ทุกครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจะดำเนินการแก้ปัญหานี้ให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก เพราะปัญหานี้ไม่ได้มีครั้งนี้ครั้งแรก แต่มีมาตลอด เพียงแต่ไม่มีใครกล้ามาเรียกร้อง ขอความเป็นธรรม