ซึ่งจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากสุด คือ จ.สุรินทร์ รองลงมาคือ จ.นครราชสีมา จ.ชัยภูมิ และ จ.บุรีรัมย์ โดยกลุ่มที่พบป่วยมากสุดคือกลุ่มเด็กนักเรียน และเด็กเล็ก คือ กลุ่มช่วงอายุ 10 -14 ปี , อายุ 5-9 ปี และอายุ 0-4 ปี ตามลำดับ นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา จึงขอความร่วมมือสถานศึกษา และชุมชนร่วมกันสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงทุกสัปดาห์
และฝากเตือนประชาชนให้ระวังป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง นอนในมุ้ง อยู่ในที่โล่งแจ้ง มีลมถ่ายเทได้สะดวก อย่าอยู่ในที่มุมอับ มืด และให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก , เก็บภาชนะกักเก็บน้ำ ปิดฝาให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ , เก็บขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
หากมีอาการไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว และแขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ขอให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน จะช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422