น.ส.จีระวดี กล่าวอีกว่า ทาง รพ.ชุมพวง จึงเจาะเลือดของลูกชายไปตรวจ ผลตรวจปรากฏว่า เม็ดเลือดขาวตีบ ทาง รพ.ชุมพวงจึงส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งอาการของน้องภูตอนนั้น คือเป็นไข้ ตามตัวมีจ้ำแดงๆ และผลตรวจที่ รพ.มหาราชฯ ระบุว่า น้องภูเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่ยังไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงว่า มีความเสี่ยงขนาดไหน ช่วงนั้นจึงให้การรักษาตามอาการไปก่อน
จนผ่านไปประมาณ 1 เดือน ตนมีอาการป่วยและได้ตรวจร่างกายพบว่า เป็นไตวาย จึงเข้ารักษาที่ รพ.มหาราชฯ โดยตนและลูกชายนอนรักษาตัวอยู่คนละตึก ซึ่งต่อมาหมอแจ้งว่า น้องภูเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดรุนแรงชื่อว่า "ฟิลาเดลเฟีย" เป็นมะเร็งในโครโมโซม การรักษาต้องใช้ยานอกบัญชีควบคู่ไปด้วย ซึ่งไม่สามารถเบิกได้ ราคาเม็ดละ1,400 บาท จะต้องกินวันละ 2 เม็ด คุณหมอถามว่า ตนสามารถจ่ายไหวหรือไม่ ในตอนนั้นตนและสามีเหลือเงินเก็บอยู่ประมาณ 3 หมื่นบาท จึงเอามาจ่ายเป็นค่ารักษาลูกทั้งหมด
ต่อมา ต้องนำทรัพย์สินทุกอย่างในบ้าน รวมถึง รถยนต์ เอาไปจำนำ เพื่อเอาเงินมาจ่ายค่ายาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป รพ.มหาราชฯ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 100 กิโลเมตร ต้องไป รพ.ทุกสัปดาห์ รักษาน้องภูประมาณ 1 ปีกว่าๆ ยังดีที่น้องภูได้เข้าเป็นผู้ป่วยในโครงการโรคมะเร็งของ รพ.มหาราชฯ จึงไม่ต้องเสียค่ารักษา จะเสียเฉพาะยานอกที่ไม่สามารถเบิกได้เท่านั้น จึงทุ่นค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก
น.ส.จีระวดี กล่าวอีกว่า จนต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คิดว่า จะให้เคมีบำบัดแก้น้องภูเป็นรอบสุดท้าย แต่คุณหมอ บอกว่า มะเร็งผุดขึ้นมาอีก และน้องภูจะมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณ 6 เดือนเท่านั้น เมื่อตนได้ทราบก็ทำอะไรไม่ถูก ถ้าจะต้องรักษาโดยเริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่มากมายขนาดนี้ และหมอบอกว่า มีวิธีเดียวที่จะรักษาน้องภูได้ ก็คือการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่ค่าใช้จ่ายประมาณ 4 ล้านบาท
แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยในโครงการฯ ค่ารักษาจะลดลงมา เหลืออยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท แต่ตนและสามีก็ไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหนมารักษาลูก เพราะมีลูกแค่คนเดียวและตนไม่สามารถมีลูกได้อีก เพราะเป็นไตวายระยะสุดท้ายด้วย จึงได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอรับบริจาคเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งมีผู้ใจบุญโอนเงินมาช่วยเหลือบ้างแล้วจำนวนหนึ่ง และนายพิทักษ์ พงษ์พิมาย ผู้ใหญ่บ้านพะไลน้อย ก็ได้ช่วยรวบรวมเงินบริจาคจากชาวบ้าน มามอบให้อีก 4,000 บาท
ส่วนรายได้ของครอบครัวในตอนนี้ ได้จากการทำงานรับจ้างของสามี ซึ่งก็ไม่ได้ทำทุกวัน แล้วแต่ว่าวันไหนจะมีใครจ้าง เช่น รับจ้างปลูกมันสำปะหลัง ถากหญ้า ใส่ปุ๋ย ทำทุกอย่างแล้วแต่ใครจะจ้าง ได้ค่าแรงวันละ 250 – 300 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้เลี้ยงไก่ไข่ ประมาณ 30 ตัว ไว้ขายไข่เป็นรายได้เสริม แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมารักษาลูกชายให้มีชีวิตต่อไปให้นานที่สุด
จึงอยากวอนผู้ใจบุญ ที่มีใจเมตตาจะช่วยเหลือ สามารถโอนไปได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงศรีฯ สาขา เซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา เลขบัญชี 800-9-50867-4 ชื่อบัญชี น.ส.จีระวดี อินทร์พะเนาว์ หรือจะบริจาคเป็นของใช้จำเป็นของน้องภู ที่จะต้องใช้เป็นประจำ ก็คือผ้าอ้อมสำเร็จรูป ไซส์ XXL หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 094-2875558