เนชั่นทีวี

ข่าว

รองผู้การฯ ชลบุรี เคลียร์ปมชี้ตัว 2 ตร. “สายป๋อง” ผลกระสุนตรงปืนของกลาง

15 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

รองผู้การฯ ชลบุรี เคลียร์ปมชี้ตัว 2 ตร. “สายป๋อง” ผลกระสุนตรงปืนของกลาง

รองผู้การฯ ชลบุรี เผยความคืบหน้าพยานชี้ตัว 2 ตร. "ลูกพี่ป๋อง" ยันไร้ชื่อในภาพ-เร่งเช็กเส้นเงินย้อนหลัง 8 ปี พร้อมเผยผลตรวจวิถีกระสุนคดีหลักตรงปืนของกลาง

รองผู้การฯ ชลบุรี เผยความคืบหน้าพยานชี้ตัว 2 ตร. "ลูกพี่ป๋อง" ยันไร้ชื่อในภาพ-เร่งเช็กเส้นเงินย้อนหลัง 8 ปี พร้อมเผยผลตรวจวิถีกระสุนคดีหลักตรงปืนของกลาง

KEY

POINTS

  • พยานชี้รูป 2 ตร. แค่คล้าย: รองผู้การฯ ชลบุรี ยันพยานชี้รูป 2 ตำรวจแค่หน้าคล้าย ไร้การใส่ชื่อชี้นำ เร่งสืบทางลับและเช็กเส้นเงินย้อนหลัง 8 ปี หากผิดจริงส่ง ป.ป.ช. ฟัน
  • ชี้ป๋องเป็นผู้ร้ายโดยสันดาน: ประเมินตามหลักวิชาการสืบสวน นายป๋องไม่ฟังใคร ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นสายข่าวให้ตำรวจได้
  • ผลตรวจกระสุนตรงปืนของกลาง: นิติวิทยาศาสตร์ยืนยัน หัวกระสุนและปลอกกระสุนจากศพเหยื่อทั้ง 2 คดีรวม 5 ศพ ตรงกับปืนของกลางกระบอกเดียวกัน เตรียมส่งอัยการฟ้องต้นเดือนหน้า

15 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งเร่งสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพยานปากสำคัญชี้ตัวว่า "นายป๋อง" ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดิน 5 ศพ อาจทำหน้าที่เป็นสายตำรวจให้กับเจ้าหน้าที่

ล่าสุด พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระบวนการสืบสวนสอบสวน โดยระบุว่า พยานชี้รูปตำรวจ 2 นายว่ามีลักษณะ "คล้าย" แต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน 100% ขณะนี้กำลังเร่งสืบสวนทางลับ ทั้งตรวจสอบพฤติการณ์ย้อนหลังและเช็กเส้นทางการเงิน ขณะที่ผลตรวจวิถีกระสุนในคดีหลักได้รับการยืนยันแล้วว่าตรงกับปืนของกลางกระบอกเดียวกัน

พยานชี้ตัวตำรวจลูกพี่ป๋องแค่ "คล้าย" ยังไม่ยืนยัน  ย้ำ "ดาบษร อดีตตำรวจชุดสืบสวน สภ. ห้วยใหญ่" วัย 70 รอดตัว ไม่เกี่ยวแน่นอน

พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ เปิดเผยถึงขั้นตอนการชี้รูปภาพของพยานปากสำคัญ ว่า พยานไม่ได้ยืนยันตัวบุคคลอย่างเด็ดขาด แต่ระบุว่าภาพของนายตำรวจ 2 นายที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันนั้น มีลักษณะ "คล้ายคลึง" กับคนที่เคยเกี่ยวข้อง ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินกระบวนการชี้ตัวอย่างโปร่งใสโดย "ไม่มีการใส่ชื่อ" ลงในภาพ แม้กระทั่งตำรวจที่ร่วมในกระบวนการชี้ตัวก็ไม่รู้ชื่อนายตำรวจในภาพ เพื่อป้องกันการชี้นำหรืออคติใด ๆ

สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับอดีตตำรวจยศดาบตำรวจ "ดาบษร" วัย 70 ปีเศษที่เกษียณอายุราชการไปแล้วนั้น

พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ยืนยันชัดเจนว่า "ดาบษรไม่ใช่ตำรวจที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน" เนื่องจากช่วงอายุไม่สอดคล้องกับพฤติการณ์ในคดี และตัวพยานเองก็ไม่ได้ชี้รูปดาบษรแต่อย่างใด

เปิดแผนสืบสวนทางลับ ย้อนรอยคดียาเสพติด 8-9 ปี เร่งเช็ก "เส้นทางการเงิน" หากพบผิดจริงส่ง ป.ป.ช. ฟัน

เนื่องจากพฤติการณ์ที่พยานระบุนั้นเกิดขึ้นมานานตั้งแต่ช่วงปี 2561 หรือราว 8-9 ปีก่อน ซึ่งตำรวจชุดปัจจุบันในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ อาจไม่มีรายละเอียดข้อมูลในยุคนั้น ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีจึงสั่งการให้เร่งรัดคดีนี้ โดยดึงชุดสายสืบเก่า ๆ ที่บางส่วนเกษียณอายุราชการหรือย้ายไปประจำการที่อื่นแล้ว มาร่วมสืบสวนหาข้อมูลทางลับเพื่อย้อนรอยหาข้อเท็จจริง

ขั้นตอนสำคัญหลังจากนี้ ตำรวจจะนำรูปภาพที่พยานระบุว่าคล้ายไปตรวจเช็กเชิงลึกว่ามีพฤติการณ์หรือพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจริงหรือไม่ โดยเฉพาะการตรวจสอบ "เส้นทางการเงิน" เส้นเงินและความเชื่อมโยงกับนายป๋องในช่วงที่นายป๋องยังอยู่ภายนอกคุก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้ภายในวันอังคารหรือวันพุธของสัปดาห์หน้า

พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ระบุว่า หากผลการสืบสวนในทางลับพบว่ามีมูลความจริงและมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจริง จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ ป.ป.ท. ดำเนินการต่อตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่หากสืบสวนแล้วไม่พบความเกี่ยวข้อง พบเป็นเพียงคนหน้าคล้าย ก็จะเชิญตัวพยานมาอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงในทางลับเพื่อคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บริสุทธิ์

 

ประเมินพฤติกรรม "ป๋อง" โหดไม่ฟังใคร รองผู้การฯ ชี้ส่วนตัวเชื่อ "ไม่มีทางเป็นสายข่าว"

เมื่อถามถึงน้ำหนักและความเป็นไปได้ที่นายป๋องจะเป็นสายตำรวจตามที่พยานระบุ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ได้แสดงทัศนะส่วนตัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านงานสืบสวนว่า "ส่วนตัวมองว่านายป๋องไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสายข่าวได้เลย"

โดยอธิบายตามหลักวิชาการสืบสวนว่า พฤติกรรมการกระทำความผิดของนายป๋องที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นลักษณะของ "ผู้ร้ายโดยสันดาน" ที่ไม่ยอมฟังใคร ไม่สนใจใคร และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย บุคคลประเภทนี้ตามหลักสืบสวนแล้ว จะไม่สามารถใช้การโน้มน้าวจิตใจหรือนำมาควบคุมเพื่อใช้งานเป็นสายข่าวหาเบาะแสให้กับทางราชการได้เลย ดังนั้น น้ำหนักในประเด็นนี้จึงค่อนข้างน้อยมากในมุมมองทางวิชาการสืบสวน

 

คืบหน้าคดีหลัก! ยืนยันใช้ "ปืนกระบอกเดียวกัน" สังหารเหยื่อ 2 คดี 5 ศพ

นอกเหนือจากประเด็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตำรวจเอี่ยวนายป๋องแล้ว พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ยังได้เปิดเผยข่าวสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อความคืบหน้าของ "คดีหลัก" (คดีฆ่าฝังดิน 5 ศพ) โดยผลตรวจวิถีกระสุนและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า ปลอกกระสุนและหัวกระสุนปืนที่พบจากศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คดี (ได้แก่ คดีฆาตกรรมชาวรัสเซีย และคดีฆาตกรรมครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก) ตรงกับ "ปืนของกลาง" กระบอกเดียวกันที่ตำรวจยึดได้ทุกประการ

ขณะนี้ทางผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ กำลังเร่งดำเนินคดีและรวบรวมพยานหลักฐานคู่ขนานกันไปอย่างเร่งด่วนที่สุด คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนและส่งสำนวนการสอบสวนคดีหลักให้อัยการสั่งฟ้องต่อศาลได้ภายในช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อให้กระบวนการทางศาลดำเนินไปอย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์

ข่าวล่าสุด