ขั้นตอนสำคัญหลังจากนี้ ตำรวจจะนำรูปภาพที่พยานระบุว่าคล้ายไปตรวจเช็กเชิงลึกว่ามีพฤติการณ์หรือพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจริงหรือไม่ โดยเฉพาะการตรวจสอบ "เส้นทางการเงิน" เส้นเงินและความเชื่อมโยงกับนายป๋องในช่วงที่นายป๋องยังอยู่ภายนอกคุก ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้ภายในวันอังคารหรือวันพุธของสัปดาห์หน้า
พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ระบุว่า หากผลการสืบสวนในทางลับพบว่ามีมูลความจริงและมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจริง จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ ป.ป.ท. ดำเนินการต่อตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่หากสืบสวนแล้วไม่พบความเกี่ยวข้อง พบเป็นเพียงคนหน้าคล้าย ก็จะเชิญตัวพยานมาอธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงในทางลับเพื่อคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บริสุทธิ์
ประเมินพฤติกรรม "ป๋อง" โหดไม่ฟังใคร รองผู้การฯ ชี้ส่วนตัวเชื่อ "ไม่มีทางเป็นสายข่าว"
เมื่อถามถึงน้ำหนักและความเป็นไปได้ที่นายป๋องจะเป็นสายตำรวจตามที่พยานระบุ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ได้แสดงทัศนะส่วนตัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านงานสืบสวนว่า "ส่วนตัวมองว่านายป๋องไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสายข่าวได้เลย"
โดยอธิบายตามหลักวิชาการสืบสวนว่า พฤติกรรมการกระทำความผิดของนายป๋องที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นลักษณะของ "ผู้ร้ายโดยสันดาน" ที่ไม่ยอมฟังใคร ไม่สนใจใคร และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย บุคคลประเภทนี้ตามหลักสืบสวนแล้ว จะไม่สามารถใช้การโน้มน้าวจิตใจหรือนำมาควบคุมเพื่อใช้งานเป็นสายข่าวหาเบาะแสให้กับทางราชการได้เลย ดังนั้น น้ำหนักในประเด็นนี้จึงค่อนข้างน้อยมากในมุมมองทางวิชาการสืบสวน
คืบหน้าคดีหลัก! ยืนยันใช้ "ปืนกระบอกเดียวกัน" สังหารเหยื่อ 2 คดี 5 ศพ
นอกเหนือจากประเด็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตำรวจเอี่ยวนายป๋องแล้ว พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ยังได้เปิดเผยข่าวสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อความคืบหน้าของ "คดีหลัก" (คดีฆ่าฝังดิน 5 ศพ) โดยผลตรวจวิถีกระสุนและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า ปลอกกระสุนและหัวกระสุนปืนที่พบจากศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คดี (ได้แก่ คดีฆาตกรรมชาวรัสเซีย และคดีฆาตกรรมครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก) ตรงกับ "ปืนของกลาง" กระบอกเดียวกันที่ตำรวจยึดได้ทุกประการ
ขณะนี้ทางผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ กำลังเร่งดำเนินคดีและรวบรวมพยานหลักฐานคู่ขนานกันไปอย่างเร่งด่วนที่สุด คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนและส่งสำนวนการสอบสวนคดีหลักให้อัยการสั่งฟ้องต่อศาลได้ภายในช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อให้กระบวนการทางศาลดำเนินไปอย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์