จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุ พบว่า หลังมีปากเสียงกัน นายมนัส ผู้เสียชีวิต ได้วิ่งออกไปบริเวณปากซอยหายไปประมาณ 10 นาที จากนั้นได้เดินแบกเอาไม้หน้า 3 ย้อนกลับเข้ามา เดินตรงไปที่บ้าน กล้องบันทึกภาพไปไม่ถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทกัน แล้วมีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด
ขณะที่ นายสุชิน ธรรมโมรา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหา หลานชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมีพฤติกรรมชอบมีเรื่องทะเลาวิวาท มีปากเสียงกับคนในครอบครัวเป็นประจำ แม่ของผู้เสียชีวิตเองก็ถูกด่า พฤติกรรมแบบนี้คนในครอบครัวรวมถึงตนเองเจอกันเป็นประจำมากกว่า 10 ปี
วันนี้ ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตมาตะโกนด่าทอ หน้าบ้าน มีปากเสียงทำร้ายร่างกายน้าเขย ตนเองว่าง จึงออกไปห้าม เมื่อเขาหนีไปแล้วได้ย้อนกลับมาตะโกนด่าที่หน้าบ้านอีก จึงได้เดินออก เห็นผู้เสียชีวิตถือมีดและจะเข้ามาทำร้าย ตนเองจึงได้หยิบอาวุธปืนที่มีอยู่ในบ้านออกมายิง 4 นัดจนเสียชีวิต
"รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความอดทนมันถึงที่สุดแล้ว ทนกับพฤติกรรมด่าทอ ทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว และมาหาเรื่องกับผมไม่ไหว ขอยอมรับผิดในสิ่งที่ทำ ตามกระบวนการของกฎหมาย"
นางมณี ธรรมโมรา อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้เสียชีวิต และเป็นยายของผู้ก่อเหตุ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเกิดเหตุก็เดินทางมาพร้อมกับแม่ของผู้ก่อเหตุและภรรยาของผู้เสียชีวิตซึ่งจะต้องมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผู้ตายก็เป็นลูกส่วนผู้ก่อเหตุก็เป็นหลาน ผู้ตายเป็นคนชอบอาละวาดและด่าทอคนในครอบครัว และจะไล่พี่ไม่ให้พี่น้องอยู่ในพื้นที่ เหมือนอยากจะได้ที่เพียงคนเดียวถ้าพ่อแม่เสียชีวิตไป
ส่วนวันนี้ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็อาจจะต้องมีคนที่อยู่ในบ้านได้รับอันตรายอย่างแน่นอน ตนเองในฐานะเป็นแม่ก็อาจจะต้องถูกลูกชายคนนี้ทำร้ายด้วยซ้ำ
“ถือว่าหมดเวรหมดกรรมกันไป ชาติหน้าก็อย่าขอเกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีก”
ส่วนเรื่องคดีความ ทางครอบครัวจะไม่มีการประกันตัวผู้ก่อเหตุ ให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นลูกผู้ชายแล้ว ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตนเองทำ ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัด คลองพุทรา จ.พระนครศรีอยุธยา