จากการสอบถามกลุ่มพ่อค้าส่วนใหญ่ มีบ้านพักอาศัยอยู่ด้านหลังวัดพระธาตุพนมฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์เช่นเดียวกัน แต่จากความเมตตาของเจ้าอาวาสในอดีตถึงรูปปัจจุบัน บริเวณนั้นกลายเป็นชุมชนใหญ่ ชาวบ้านต่างปลูกสร้างบ้านอยู่กันอย่างถาวร
ขณะเดียวกันมีกรรมการวัดคนหนึ่ง เปิดเผยว่า คำสั่งปิดวัดพระธาตุพนมนั้น ทางคณะกรรมการเห็นพ้องว่าจะใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย กรณีไม่สามารถแก้ไขจัดระเบียบได้ เพราะจะเกิดปัญหากระทบเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ใช้ไม้นวมมาตลอด แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่หมักหมมได้ จึงจำเป็นต้องใช้ไม้แข็งกับผู้ที่ขัดขืนคำสั่งวัด
ด้านบรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายของหน้าวัดพระธาตุพนม ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง หรือแหกกฎกติกาของวัด ยินยอมที่จะออกจากพื้นที่โซนนิ่งห้ามขายของ แต่ทางวัดรับปากว่าจะจัดพื้นที่ขายของให้ แต่ยังไม่มีความชัดเจน และพื้นที่วางขายของมีไม่เพียงพอ ทำให้พ่อค้าแม่ค้ากลุ่มหนึ่ง ต้องฝืนกฎเข้าไปวางขายของในพื้นที่ชั่วคราว บริเวณถนนรูปตัวที (T) ซึ่งเป็นพื้นที่จัดระเบียบ เนื่องจากหากออกไปวางขายจุดอื่นไม่สามารถขายของได้ กระทบความเป็นอยู่ เพราะไม่มีคนมาซื้อ
สิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าต้องการคือมาตรฐานการจัดระเบียบ ความชัดเจนในพื้นที่วางขายของให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ทุกคนจะต้องไปอยู่ในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงจัดพื้นที่จอดรถให้เป็นระเบียบ เพราะมีผลต่อการค้าขาย ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาจอดรถ จะได้จับจ่ายซื้อของ
"วอนสังคมเห็นใจพ่อค้าแม่ค้าที่ยึดอาชีพมาหลายสิบปี การจัดระเบียบจะต้องใช้เวลา ไม่อยากให้เอากฎหมายมาข่มขู่ ขับไล่ออกจากพื้นที่ แต่สุดท้ายไม่มีที่รองรับการค้าขาย"