เนชั่นทีวี

ข่าว

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

02 ส.ค. 2569 | prisana_tha

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์” ถ้าไม่เปลี่ยนโดนบดขยี้! ชูเคสวิกฤต Motorola ที่ทำให้ต้องเปลี่ยน และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์” ถ้าไม่เปลี่ยนโดนบดขยี้! ชูเคสวิกฤต Motorola ที่ทำให้ต้องเปลี่ยน และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่

KEY

POINTS

  • “ยศชนัน” ปฐมนิเทศเฟรชชี่ มธ.กว่า 3,500 คน ย้ำคุณค่าความเท่าเทียมในรั้วธรรมศาสตร์ พร้อมฝากข้อคิดว่า “ชีวิตต้องไม่สูญพันธุ์” ต้องปรับตัวให้ทันโลกและการเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นคนที่มีความหมายต่อสังคม
  • เล่าบทเรียนจากวิกฤตชีวิต พลิกจากวิศวกรรมสู่การสร้างนวัตกรรม หลังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง ยกประสบการณ์ต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมไปพัฒนาเทคโนโลยีช่วยผู้พิการ 
  • ฝากข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้ตลอดชีวิต ชี้ความสำเร็จในอนาคตขึ้นอยู่กับการลดอีโก้ เปิดรับสิ่งใหม่ และรักษาความเป็น “ผู้ท้าชิง” อยู่เสมอ พร้อมย้ำว่านักศึกษาทุกคนคือ “ความหวังของประเทศไทย” 

2 สิงหาคม 2569 ในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ภายใต้แนวคิด “Thammasat: Where We Are Irreplaceable ที่ที่เรา...ไม่อาจถูกแทนได้” บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่นต้อนรับเฟรชชี่กว่า 3,500 คน

 

ไฮไลต์สำคัญของงานคือช่วง Talk & Inspire : Where you matter “ที่ที่คุณคือความหมาย” นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมงานในฐานะศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) รหัส 40

 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 

นายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่ง โดยเริ่มจากการตอกย้ำถึงคุณค่าของความเท่าเทียมในรั้วเหลืองแดงว่า “เรื่องของความที่ทุกคนเท่ากัน พี่คิดว่าที่นี่คือที่ที่ดีที่สุด และทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไปไกลแล้ว เราก็จะกลับมานึกถึงวันที่เราอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นใคร เราดูแลในระนาบเดียวกันทั้งหมด"

 

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

 

จากนั้น ได้พาผู้ฟังย้อนกลับไปสำรวจบทเรียนชีวิตของตนเอง ตั้งแต่ความกลัว ความล้มเหลว ไปจนถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยชี้ให้เห็นว่าการมีชีวิตที่มีความหมาย คือการต้องรู้จักปรับตัวให้ทันโลก

 

"ก่อนที่จะเรียน แล้วก็ระหว่างเรียน พี่ขออย่างเดียวเลยก็คือว่า ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์ เพราะอะไรฮะ เพราะเรามีความรู้สึกว่า การที่เราจะเป็นคนที่มีความหมายอยู่ เราต้องสามารถที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ ไม่ใช่แค่ที่ธรรมศาสตร์อย่างเดียว แต่จบออกไปแล้วชีวิตเราจะเป็นยังไงบ้าง"

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

 

นายยศชนัน เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตช่วงเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า ปี 2001 เป็นช่วงเวลาที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Motorola ที่ครอบครัวเคยขายโทรศัพท์ให้และเป็นแรงบันดาลใจในการเรียนสายนี้ เริ่มทยอยปิดกิจการ จากที่เคยคิดว่าชีวิตนี้ "น่าจะสบายทั้งชีวิตแล้ว ไม่น่ามีความเสี่ยง" กลับกลายเป็นความเคว้งคว้าง จนกระทั่งได้รับคำแนะนำให้ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ

 

“มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้แนะนำหนังสือให้พี่อ่าน พออ่านปุ๊บ เขาบอกว่าเทรนด์สุขภาพกำลังมา พี่ก็นึกในใจ กูเรียนวิศวะเต็มที่เลย ผิดทางเต็มข้อเลยคราวนี้ แถมไม่พอ ประโยคหลังเนี่ย ต้องเรียนรู้และต้องเปลี่ยนให้ทัน ไม่เช่นนั้น จะเป็นคนที่วันนี้จะถูกบดขยี้ พี่ก็ เอาไงดีวะ มาผิดลำไม่พอ ถ้าไม่เปลี่ยนโดนบดขยี้อีก"

 

แต่วิกฤตนั้นกลับเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ จึงตัดสินใจนำองค์ความรู้เดิมมาต่อยอด พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์

 

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

 

"พี่ก็เปลี่ยนจากเรื่องสัญญาณวิทยุที่มีสมมติฐานเดียวกัน เป็นสัญญาณที่ออกมาจากสมอง เพื่อช่วยให้ผู้พิการ  เขาสามารถที่จะกลับมาเคลื่อนที่ได้อีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นสิ่งที่เราพยายามจะใช้สิ่งที่เราเรียนมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขณะเดียวกันก็ต้องเปลี่ยนให้เหมาะกับโลกและการเปลี่ยนแปลง"

 

และเพื่อให้นักศึกษาเห็นภาพการต่อสู้ในโลกธุรกิจที่หมุนอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นายยศชนัน ได้ยกกรณีศึกษาคลาสสิกของโลกอย่าง Kodak และ Fujifilm 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกล้องฟิล์ม ที่เผชิญหน้ากับสึนามิดิจิทัล แต่ผลลัพธ์กลับแตกต่างกันสิ้นเชิง

 

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

 

"เขาเข้าใจแก่นแท้ อินไซต์ของเขาจริงๆ ว่าวันนี้เขาไม่ใช่บริษัทที่ทำธุรกิจฟิล์ม แต่เขาคือบริษัทเคมี เขาคือบริษัทที่ทำทางด้านวัสดุนาโนที่เก่งที่สุด เพราะฉะนั้น ไม่ว่าวันนี้ฟิล์มจะไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร แต่เขากลับมารู้ว่าชีวิตเขาควรที่จะโฟกัสยังไงบ้าง แล้วพร้อมที่จะถ่าย พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตอันใกล้"

 

ในช่วงท้าย นายยศชนัน ได้สะท้อนผ่านกรณีของประเทศสิงคโปร์ที่ใช้เวลาเพียง 50 ปีในการสร้างชาติด่วนการลงทุนใน "ทรัพยากรมนุษย์" ซึ่งก็คือผู้คน พร้อมย้ำเตือนให้นักศึกษาละทิ้งอีโก้ และเปิดรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

“ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ. นับพัน ลั่น "ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์”

 

"ทัศนคติของผู้ชนะ อาจจะไม่ได้ช่วยเราอีกแล้ว หากเรามีอีโก้อยู่ วันนี้ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ความรู้สึกของผู้ท้าชิงตลอดเวลา ความกระตือรือร้นที่จะบุกเบิกในสิ่งใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ อย่าหยุดที่จะทำ อย่าหยุดที่จะคิด อย่าหยุดที่จะเรียน การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่ 4 ปี การเรียนรู้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตลอดชีวิต วันนี้ถ้าพี่มั่นใจมาก ว่าทุกคนจะมีความหมาย ไม่ใช่ความหมายในตัวเอง แต่เป็นความหวังของประเทศไทย ความหมายของประเทศของเรา ทุกคนหาความหมายของตัวเองเจอหรือยัง"

 

ช่วงท้ายหลังการกล่าวต้อนรับ นักศึกษาจำนวนมากต่างกรูกันเข้ามาขอถ่ายภาพเซลฟี ซึ่ง นายยศชนัน ก็ร่วมเฟรมอย่างเป็นกันเอง ทั้งทำท่า Six Seven ท่าจุ๊บเหมียว และทำมือครึ่งหัวใจ ลงไปพูดคุยกับนักศึกษาและบุคลากรอย่างสนุกสนาน

ข่าวล่าสุด