แซน วิศาพัช เปิดเผยภายหลังการนัดตรวจพยานหลักฐานว่า คุณแม่ได้ยื่นคัดค้าน การประกันตัวของตน ในชั้นศาลจริง โดยอ้างว่า เพราะตนนำความจริงไปพูดกับสื่อ และเตรียมดำเนินคดีกับคุณแม่ เรื่องที่คุณแม่นำเอกสารอันเป็นเท็จ มาแจกกับผู้สื่อข่าวเมื่อคราวที่แล้ว และยังยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ห้ามตนกับพวกออกสื่อ ซึ่งต่อมาศาลได้พิจารณาและยกคำร้องดังกล่าวไป
ซึ่งตนไม่ได้กังวลใจอะไร กับสิ่งที่ไม่น่าสนใจ ตนแค่ออกมาพูดความจริง เพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น ส่วนเรื่องที่บอกว่ามี 2 ใน 4 ของกลุ่ม ติดต่อไปขอเจรจากับทางคุณแม่ เพื่อขอไกล่เกลี่ยคดีนั้น จากการพูดคุยกันในกลุ่มในวันนี้ ไม่มีใครได้ติดต่อไปหาไกล่เกลี่ย กับคุณแม่ตามที่กล่าวอ้าง ทุกคนยืนยันที่จะขอต่อสู้ความจริงในชั้นศาลต่อไป ตนกับทนายความ ก็เตรียมพิจารณาคดีหมิ่นประมาท ที่คุณแม่นำเอกสารอันเป็นเท็จ มาแจกจ่ายให้กับสื่อเช่นกัน
ทุกวันนี้ตนยังไม่เข้าใจว่าคุณแม่ คิดอะไรอยู่ รู้สึกสงสัยว่า คุณแม่ทำไปเพื่ออะไรกัน เจตนาคืออะไร อยากให้คุณแม่สงสารพวกเราบ้าง พวกเราก็อยากให้คดีมันจบ แต่เหมือนคุณแม่ต้องการบีบคั้นพวกเรามาก
นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความส่วนตัวของแซน กล่าวว่า แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งรับคำฟ้อง เรียกร้องค่าชดเชยถึง 179 ล้านบาท ก็ตาม ซึ่งศาลก็คงพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน ที่คุณแม่นำมายื่น แม้ว่าทางตนจะได้ยื่นต่อศาลให้ทางคุณแม่ วางเงินค่าระวางศาล ตามที่กฎระเบียบของการเรียกร้องค่าเสียหายแล้วก็ตาม แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เรื่องจำนวนเงินเยียวยา ที่คุณแม่เรียกร้องมานั้น เป็นสิทธิที่คุณแม่สามารถจะฟ้องร้องได้ก็ตาม
ตนก็หวังว่าในครั้งหน้า คุณแม่คงจะไม่เรียกร้องค่าเยียวยามากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะหากไม่มีหลักฐานใหม่ มานำเสนอต่อศาลแล้ว ศาลก็คงไม่พิจารณาให้สิทธิเรียกร้องเพิ่มอีก นอกจากว่าคุณแม่จะมีหลักฐานใหม่มาแสดง อย่างไรก็ตามตนจะได้ยื่นเรื่องต่อศาล ขอให้มีการพิจารณาคดีนี้ลับหลังต่อไป เพราะคดีที่มีโทษไม่เกิน 10 ปี สามารถยื่นร้องต่อศาลได้
ด้าน กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสวัสดิ์ กล่าวว่า เงินที่คุณแม่เรียกร้องค่าเยียวยา 179 ล้านบาท นั้น ทางคุณแม่ต้องหาเอกสาร หลักฐานมานำสืบ เพราะถ้ามีสัญญา หรือหนังสือว่าจ้างงานต่าง ๆ ตนก็ต้องเคยเห็น เพราะจากที่ทราบมา บางครั้งที่แตงโมไปออกรายการต่าง ๆ ก็ได้ค่าตอบแทนมาแค่ 15,000 บาทต่อรายการ ไม่ได้เป็นหลักแสนหลักล้านบาท
และต่อมาในช่วงหลังมาแตงโมเอง ก็แทบจะไม่รับงานเลย เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า บวกกับปัญหาเรื่องศัลยกรรมอีก น่าจะเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีได้ ที่แตงโมไม่ได้รับงานต่างๆ และก่อนที่แตงโมจะมาเสียชีวิต ก็รับเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าเพียงตัวเดียวเท่านั้น และตนก็เป็นคนหางานชิ้นดังกล่าวมาให้
ถ้าคุณแม่จะคำนวณจากปี 60 เป็นต้นมา ก็ต้องไปไล่ดูให้ตรงกับข้อเท็จจริงด้วย แต่ตนยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคำนวณรายได้ออกมาถึง 179 ล้านบาท และนอกจากนี้ต้องไปดูด้วยว่า แตงโมเคยให้คุณแม่ต่อเดือนเท่าไหร่ เพราะแตงโมเอง ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร
ตนจึงรู้ดีว่าแตงโมเขาให้คุณแม่เดือนละเท่าไหร่ แต่ตนไม่ขอพูดถึง และก็ไม่ได้ตกใจที่คุณแม่เรียก ค่าเยียวยาถึง 179 ล้านบาท เพราะคุณแม่จะเรียกเท่าไหร่ก็ได้ ก็เรียกไปก่อนเผื่อฟลุ๊คได้ แต่จะได้จริงเท่าไหร่ ต้องรอให้ทางศาลเป็นผู้พิจารณา