ด้าน นายมงคลอายุ 39 ปี ที่ผู้หญิงมาถามทาง เล่าว่า เมื่อวานตนนั่งทำงานอยู่ในบ้าน มีผู้หญิงมาถามทางว่าด้านหลังเดินออกไปได้ไหม ตนบอกว่าออกไปได้ เดินออกไปข้ามสะพานและสามารถออกไป ด้านหลังที่เป็นบ่อปลาได้ที่มีหญ้าขึ้นรกไปทางที่พักคนงานที่อยู่ห่างออกไป ตนไม่ได้ถามว่าจะออกไปทำไม คิดว่ามาหาสุนัข เพราะก่อนหน้าเคยมีคนมาตามหาสุนัข
ส่วน นายศรัณย์ หลานชาย นายไพศาล (ผู้ก่อเหตุ) เล่าว่า นายไพศาล พักอยู่ที่ห้องพักกับนางนริศรา ภรรยา และน้องชายกับสะใภ้อีก 2 คน ที่ผ่านมาทั้ง 2 คน มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง และเคยนำน้ำร้อนราดตัวภรรยาเป็นประจำ โดยปกตินายไพศาล จะเถียงกันเรื่องการโอนเงิน เงินหาย ไม่รู้สาเหตุ และอยากรู้ว่าเมียนำเงินไปทำอะไร เมื่อถามถึงเรื่องนี้ก็จะมีปากเสียงกันและตบตีกันทุกครั้ง จากนั้นก็จะออกไปทำงานด้วยกันทุกครั้งเป็นแบบนี้ประจำ
เมื่อวานนี้ (8 เม.ย.66) ตอนเย็น ทั้ง 2 คนลงมาด้านล่างที่พวกตนนั่งกันอยู่ โดยฝ่ายผู้หญิงพูดว่าโดนพม่าลากไปข่มขืน ตรงป่าต้นกระถิน ผู้ชายถามว่าจำหน้าได้ไหม ผู้หญิงบอกจำได้ เลยพากันลงมานั่งดักพม่าที่หน้าที่พักประมาณเกือบ 5 โมงเย็น
หลังจากนั้น ฝ่ายชายเดินไปหาเพื่อนที่อยู่ในลานจอดรถด้านข้าง ผู้หญิงได้โอกาส เดินหายตัวไป พอสามีกลับมาไม่เห็นเมียจึงพากันออกตามหาแต่ไม่พบ จนมีตำรวจมาถามว่ามีหญิงโดดตึกไหม ตนบอกไม่มี มีแต่เมียนายไพศาล หายตัวไม่รู้ไปไหน นายไพศาลกำลังตามหาเมียอยู่ ส่วนเรื่องการที่ทำร้ายร่างกายกันเคยพูดเตือนแล้วแต่ผู้ชายไม่เชื่อ
นายศรัณย์ เล่าต่อว่าส่วนเรื่องที่เมียนายไพศาล บอกว่า ถูกชาวเมียนมากระทำชำเราไม่น่าเป็นเรื่องไม่จริง เพราะก่อนเกิดเหตุ นางนริศรา เดินลงมาจากห้องพักด้วยกัน เรื่องสามีนำน้ำร้อนมาราดนางนริศราถูกสามีทำมาก่อนหน้านี้แล้ว เมียนายไพศาลหาโอกาสหลบหนี โดยปีนกำแพงออกไปด้านหลังและลุยบ่อปลาออกไปทางด้านหลังอีกซอย และเรื่องกระโดดจากชั้น 4 ก็ไม่เป็นความจริง