ตำรวจไล่ล่าโจรชิงกระเป๋าเงินแสนหนี สุดท้ายโอละพ่อ สร้างเรื่องตบตาสามี
01 เม.ย. 2566 | ratchata

สาวใหญ่ออกอุบายสร้างเรื่องถูกกระชากกระเป๋าเงินแสน ตำรวจเร่งไล่ล่า สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐานกล้องวงจรปิด รับสารภาพว่าสร้างเรื่องตบตาสามี
ข่าว
01 เม.ย. 2566 | ratchata

สาวใหญ่ออกอุบายสร้างเรื่องถูกกระชากกระเป๋าเงินแสน ตำรวจเร่งไล่ล่า สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐานกล้องวงจรปิด รับสารภาพว่าสร้างเรื่องตบตาสามี
1 เมษายน 2566 จากกรณีเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุผู้หญิงคนหนึ่งถูกคนร้ายตามประกบกระชากกระเป๋าสตางค์จนรถล้ม และคนร้ายได้คาดเอว ซึ่งภายในมีเงินสดกว่า 102,000 บาท เหตุเกิดริมถนนเทพารักษ์ กม 17 ตรงข้ามตลาดนัดเรือบิน ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับ พ.ต.อ. วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงแต่เป็นเรื่องโอละพ่อ ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่า มีอุบัติเหตุในจุดดังกล่าวจึงประสานจราจรและสายตรวจที่อยู่ใกล้เคียงพร้อมทั้งประสานกู้ภัยไปตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่ามี นางสาวฉันทนา อายุ 44 ปี บ้านเกิดอยู่จังหวัดกำแพงเพชร นั่งรอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่อยู่ โดยอ้างระบุว่า ตนเองเพิ่งไปกดเงินจำนวน 1 แสน 2 พัน บาท มาและกำลังจะไปฝากเงินเพื่อโอนกลับไปที่ต่างจังหวัด โดยนำเงินจำนวนดังกล่าวใส่กระเป๋าคาดเอวมาพอขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายชายหนึ่งคนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและจำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ได้มาประกบและก่อเหตุกระชากกระเป๋าคาดเอวไปได้เงินสดจำนวนแสนกว่าบาท ส่วนตนเองก็รถล้มจนบาดเจ็บ
จากนั้น ตำรวจ สภ.บางพลี รีบสั่งการระดมฝ่ายสืบสวนของสภ.บางพลี นำโดย พ.ต.ท.พรชัย เทแก้ว รองผกก.สส.สภ.บางพลี พ.ต.ท.พิศาล กล่ำไพ สว.สส.สภ.บางพลี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางพลี เร่งไล่ล่าตัวคนร้ายที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
หลังจากที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ ส่วนหนึ่งไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บ อีกชุดไปไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด ในละแวกที่เกิดเหตุ และสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งอ้างว่าได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไม่พบอาการบาดเจ็บ ไม่พบบาดแผลถลอกใด ๆ ตามร่างกายของผู้เสียหาย ตามที่กล่าวอ้างว่าถูกคนร้ายขับรถประกบกระชากกระเป๋าจนรถล้มแล้วได้รับบาดเจ็บ
เมื่อตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบปากคำอย่างละเอียด เริ่มพบพิรุธของผู้เสียหายมากขึ้น โดยอ้างว่าตนเองพักอยู่ย่านศรีนครินทร์และกำลังนำเงินจำนวนแสนกว่าบาทมาฝากธนาคารที่แยกคลองขุดที่บางพลี โดยตำรวจสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่ฝากเงินย่านศรีนครินทร์ เนื่องจากผ่านธนาคารมาหลายธนาคาร
เมื่อพอสอบถามไปมา เจ้าตัวยังอ้างต่ออีกว่า ที่ต้องตั้งใจจะมาฝากเงินที่แยกคลองขุดนั้น ก็เพราะว่าตนเองตั้งใจจะมาซื้อของที่ห้างย่านบางพลี แต่พอมาแล้วไม่มีของที่ต้องการ จึงขี่รถมาดูหาซื้อที่ตลาดเรือบินแต่ก็ยังไม่เจอ และกำลังจะวนรถกลับไปฝากเงินที่แยกคลองขุดแต่มาถูคนร้ายก่อเหตุเสียก่อน
เมื่อตำรวจเริ่มพบพิรุธมากขึ้น จึงปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามอาการบาดเจ็บ ซึ่งแพทย์ระบุไม่พบบาดแผลและอาการทางกระดูกแต่อย่างใดและอนุญาตให้คนไข้รายนี้กลับไปพักที่บ้านได้ ตำรวจจึงเชิญนางสาวฉันทนา ตัวมาชี้ที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย
เมื่อมาถึงเจ้าตัวยังชี้ที่เกิดเหตุและเล่าเหตุการณ์เป็นตุเป็นตะ กระทั้งความแตกและจำนนด้วยหลักฐาน เมื่อฝ่ายสืบสวนของ สภ.บางพลี อีกชุดที่แบ่งกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้ายตั้งแต่เส้นทางก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ จนไปไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้เสียหายรายนี้กล่าวอ้าว จนกระทั่งพบหลักฐานสำคัญ
ตำรวจพบว่านางสาวฉันทนา ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจริงในเส้นทางที่ให้การจริง พอขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุตามที่กล่าวอ้าวว่าถูกคนร้ายก่อเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนว่า เธอได้จอดรถแล้วลงไปนั่งที่ขอบฟุตบาท ไม่ได้มีคนร้ายมาประกบ หรือทำให้รถเธอล้มแต่อย่างใด เธอนั่งรอจนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงตำรวจมาถึงจึงมีการเอ่ยปากสร้างเรื่องดังกล่าวขึ้นมา พอตำรวจเอาคลิปวงจรปิดให้ดูเจ้าตัวถึงกับหน้าซีดและยอมรับว่าเรื่องราวทั้งหมดที่บอกมาไม่เป็นความจริง
นางสาวฉันทนา สารภาพว่า สร้างเรื่องขึ้นมาเพราะจะเอาเงินจำนวนดังกล่าวที่เป็นเงินของสามี โอนไปให้ทางบ้านที่ต่างจังหวัด แต่ไม่รู้ว่าจะโกหกสามียังไงว่าเงินหายไปไหน จึงคิดวางแผนด้วยการสร้างเรื่องว่าถูกคนร้ายก่อเหตุเพื่อหวังหลอกสามี ส่วนเงินจำนวนดังกล่าวมีจริง แต่ไม่ได้หายตามที่บอกตอนนี้เงินอยู่บ้าน
ตำรวจจึงเชิญตัวมาทำบันทึกจับกุมและคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่