26 มีนาคม 2566 ล่าสุด ตำรวจทางหลวงอุดรธานี ควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ พร้อมของกลาง ส่งให้ตำรวจ สภ.นครชัยศรี เป็นที่เรียบร้อย โดย พ.ต.อ.พัลลพ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.จว.นครปฐม , พ.ต.อ.พายัพ โสธรางกูล ผกก.สภ.นครชัยศรี พร้อม ตร.ฝ่ายสืบสวนได้สอบสวนเพิ่มเติม
จากการสอบสวน นายณัฐวุฒิ ให้การรับสารภาพว่า เมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคม ได้ยืมรถจักรยานยนต์ของญาติมาจากวงเวียนใหญ่ ขี่แวะดู หาเหยื่อมาตลอดทาง โดยเน้นร้านอาหาร และคาเฟ่ในปั๊มน้ำมัน แต่ไม่สบโอกาสสักแห่ง กระทั่งมาที่ปั๊ม ปตท.ประเสริฐชัย ตอน 03.10 น. ตนจอด จยย.ไว้ร้านส้มโอฝั่งตรงข้าม เดินข้ามฝั่งมายังปั๊ม ลัดเลาะเข้าด้านหลังสำนักงาน พบว่าประตูกระจกไม่ได้ล็อก ก็เข้าไปค้นทรัพย์สิน เจอถุงเงินดังกล่าวซึ่งตอนแรกยังไม่รู้ว่าเงินกี่บาท พร้อมกับกุญแจรถที่แขวนไว้หน้าห้อง ลองกดรีโมตดูจึงรู้ว่าเป็นรถวอลโว่ที่จอดหน้าสำนักงานฯ จึงเข้าไปขับรถคันดังกล่าวออกไป โดยไม่มีเจ้าหน้าที่สนใจ
จากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้า กทม. แต่พอถึงช่วงกระทุ่มแบน นึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ใต้เบาะ จยย. จึงขับรถวนกลับไปเอา ก่อนที่ตำรวจจะยกรถ จยย.ไปเก็บที่โรงพัก เพราะเป็นรถผู้ต้องสงสัย
นายณัฐวุฒิ เล่าว่า แวะนอนโรงแรมใน กทม. 1 คืน ระหว่างขับรถกลับบ้านเกิด จ.บึงกาฬ เหนื่อยก็หยุดพัก เข้าร้านสปา ซื้อคอร์สเสริมหล่อใบหน้า 2 คอร์ส รวม 109,800 บาท แวะที่อยุธยา ซื้อมือถือ 2 เครื่อง กระเป๋าเป้ นาฬิกาข้อมือ รวมๆ อีกกว่าแสนบาท แถมนำเงินไปดื่มเที่ยวแถวๆ รังสิต จนกระทั่งมาถูกสกัดจับได้ที่อุดรธานี
ด้าน พ.ต.อ.พัลลพ เปิดเผยว่า นายณัฐวุฒิ ก่อเหตุมาหลายท้องที่ หลังจากพ้นคุกมาเมื่อ 17 มีนาคม 2566 ก็มาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ และตระเวนลักทรัพย์ในกรุงเทพมหานครหลายท้องที่ มีหมายจับอยู่ 4 หมาย โดยเฉพาะหลังวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อเหตุที่นครปฐม 5 แห่ง ราชบุรี 2 แห่ง และนครบาลอีก 3 แห่ง มีประวัติลักทรัพย์ และติดคุกเด็กมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง อาศัยอยู่กับยายตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ส่วนเงินที่ได้มาก็นำไปใช้เที่ยว กิน ซื้อของ ครั้งนี้กะว่าจะกลับบ้านไปหายายที่จังหวัดบึงกาฬ แต่มาถูกตำรวจจับกุมก่อน หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งคืนทรัพย์สินให้เจ้าของโดยเร็ว
ด้าน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คืนวันก่อเหตุนั้นตนมีสำนักข่าวหลายสำนักมาขอสัมภาษณ์เรื่องการเมือง จนลืมปิดล็อคประตูด้านหลังไว้จึงถูกคนร้ายก่อเหตุดังกล่าว