ด้าน พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือง ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังเกิดเหตุไม่นาน ทางสายตรวจได้เข้าระงับเหตุจนแยกย้ายกันกลับ วันต่อมามีกลุ่มของตำรวจคือ ส.ต.อ.จตุพงษ์ เสร็จกิจ อายุ 32 ปี สังกัด สภ.สำโรงเหนือ,ส.ต.อ.ศุภกร จันทร์ขจร อายุ 27 ปี สังกัด สภ.สำโรงเหนือ, ส.ต.อ.ศรัณยพงศ์ นิธิเกียรติศิริ อายุ 29 ปี สังกัด กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ เดินทางมาแจ้งความเอาผิดกลุ่มคู่กรณีในข้อหาทำร้ายร่างกาย
หลังสอบสวนจนทราบตัวกลุ่มคู่กรณีตามที่มีการระบุชี้ตัว จึงมีการออกหมายเรียกอีกฝ่ายมาพบ ซึ่งอีกฝ่ายก็ประสงค์แจ้งความกลับเช่นกัน และกล่าวว่าฝ่ายตำรวจใช้ปืนยิงข่มขู่ ตนเองจึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนไปรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนพบกล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน ว่า มีตำรวจในกลุ่มใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าข่มขู่จริง
พนักงานสอบสวนจึงพิจารณาแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในทางเมืองสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในที่สาธารณะ หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีทั้งสองฝ่ายตามพยานหลักฐานที่พบ
ส่วนความผิดทางวินัย ได้ทำเรื่องและส่งสำนวนเบื้องต้นให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดพิจารณาแล้ว ส่วนผับดังกล่าวขณะนี้สั่งปิดยังไม่มีกำหนด และอยู่ระหว่างสืบสวนหาข้อเท็จจริง ว่า มีการปล่อยปละละเลยให้นำอาวุธปืนเข้าไปในร้านด้วยหรือไม่ หากพบความผิดก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของร้านดังกล่าว ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 ส่วน เรื่องคดีเป็นความรับผิดชอบของ สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนคู่กรณีที่เป็นตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ตอนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา ผิดถูกก็ต้องว่าตามข้อเท็จจริง
สำหรับตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ยังอยู่ที่เดิม 1 นาย ส่วนอีก 1 นาย ย้ายตามวาระปกติ ไปที่สืบจังหวัดสมุทรปราการ