ส่วนที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมืองปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการแถลงข่าวกระจาย ของกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 พบมีประชาชนทั่วไป ในจังหวัดปราจีนบุรี ได้ เฝ้าระวังอาการแสดง ของการได้รับรังสีกัมมันตรังสีดังกล่าว เข้าตรวจเลือด ปัสสาวะ เป็นจำนวนมาก
ส่วนที่ สภ.ศรีมหาโพธิ พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้ลงตรวจสำนวนการสอบสวน พยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับของ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด หลังจากทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 66 กรณี ผู้ครอบครองวัตถุชิ้นนี้ ไม่แจ้งหายได้พลัน ความผิดที่ไม่แจ้งโดยพลัน มีความผิด ถ้าหายเมื่อไหร่ ต้องแจ้งทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทราบทันที แต่ทางหน่วยงานและตำรวจ มารู้ในวันที่ 10 มี.ค. 66
พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน กำลังรวบรวมหลักฐาน พยาน , ทำการสอบสวนบุคคล โดยจะดำเนินคดี เรื่องที่ผู้ครอบครองวัตถุชิ้นนี้ ไม่แจ้งหายโดยพลัน ความผิดที่ไม่แจ้งโดยพลัน โทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้าน เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ภาคีเครือข่ายชาวปราจีนบุรี กล่าวว่า ในนามภาคเครือข่ายชาวปราจีนบุรี กรณีซีเซียม -137 ที่หายไปในโรงงาน และมีผู้เชียวชาญจำนวนมากออกมาให้ข้อมูล ทำให้ประชาชนชาวปราจีนบุรี เกิดการระแวง สับสน และไม่เชื่อใจภาครัฐ ทำให้กลายเป็นปัญหาระดับชาติ
ทั้งนี้จากการฟังแถลงข่าว ควรต้องมีการลงโทษ และมาตรการชดเชยให้กับประชาชน ย้ำว่า ประชาชนชาวปราจีนบุรี ต้องการความจริงในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่า มีการแผ่รังสีในปริมาณน้อย หมายความว่าอย่างไร? เรื่องนี้ทางราชการต้องไม่ปกปิด โรงงานต้องรับผิดชอบต่อสังคม และเหตุการณ์ครั้งนี้ ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
กรณีที่ระบุว่า หากได้รับรังสีปริมาณน้อย เรียกว่าเป็น "อนุมูลอิสระ" กรณีนี้นักวิจัยของชาวอินเดีย ได้วิจัยรองรับ หากมีการใช้สารปรมาณู สมุนไพรประเภท มะตูม , กะเพรา , ขิง , กระชาย , ขมิ้นชัน สามารถนำมาใช้ในการดูแลตนเองได้ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถซ่อมแซมเซลล์
หรือสมุนไพรในครัว หัวหอม กระเทียม นี่กินเยอะ ๆ เลย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรางจืดดอกม่วง รางจืดต้ม - น้ำรางจืดสมุนไพรไทย ก็เคยเป็นสมุนไพรช่วยชีวิต ให้ไม่เป็นง่อยเปลี้ย แก้พิษ ซึ่งจะมีการเตรียมสมุนไพรรางจืด , ขมิ้นชัน , มะขามป้อม แจกฟรี
ดร.เภสัชสุภาพร กล่าวอีกว่า ในนามของภาคีเครือข่ายภาคประชาชนชาวปราจีนบุรี จะไม่ยอมในสิ่งที่เกิดขึ้น เตรียมจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี หรือรักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 23 มี.ค. นี้ เพื่อยกให้เป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ใช่เรื่อของเฉพาะชาวปราจีนฯ และท้องถิ่นที่ต้องในผลกระทบระยะสั้น ระยะยาว รวมถึงความเชื่อถือ