ด้าน นายสน วงพวง อายุ 66 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนก็ไปส่งหลานเหมือนกัน เป็นจังหวะที่รถยนต์ของครูได้ขับเข้ามาในโรงเรียนและผ่านตนเองไป แต่จังหวะนั้นไม่ทราบว่าเหตุใดรถของครูจึงไปเฉี่ยวจนน้องฟางข้าวล้มลง ตนจึงรีบเข้าไปดู และไปจับน้องฟางข้าวไว้เพื่อที่จะเอาตัวออกมา ปรากฎว่ารถยนต์คันดังกล่าวกลับถอยหลังมาทับที่บริเวณลำคอและศีรษะของน้องอีกครั้ง
ตนจึงลุกขึ้นตบประตูรถฝั่งคนขับและพร้อมตะโกนว่าถอยทำไม แต่ก็ไม่ทันเหตุการณ์แล้ว ซึ่งตนคิดว่าหากไม่เหยียบซ้ำก็คงไม่เสียชีวิตอย่างแน่นอน หลังน้องถูกรถทับครั้งที่สองตนได้คว้าก้อนหินเตรียมทุบคนขับรถแล้ว แต่เปิดประตูออกมาเป็นผู้หญิงจึงไม่ทำอะไร
จากนั้นคนขับรถได้ปีนลงฝั่งซ้ายของประตูไปนั่งอยู่ข้างทาง ต่อมาก็ได้มีพลเมืองดีโทรเรียกรถของอบต.บ้านหวาย มาช่วยนำร่างน้องส่งโรงพยาบาลหล่มสัก เพื่อช่วยชีวิตแต่ก็ไม่ทันแล้ว ส่วนผอ.โรงเรียนก็ได้แต่เดินมาดูแล้วก็ไปนั่งนิ่งอีกฝั่งของรถ