ขณะที่ ทนายโป้ง กล่าวว่า เบื้องต้นผู้เสียหายที่ถูกทำร้าย ทราบข้อมูลว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เป็นลูกน้องของ สจ.ชื่อดัง เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี และความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เลยขอให้ตนเองช่วยเหลือด้านคดี วันนี้มาประสานพนักงานสอบสวนและร้อยเวรเจ้าของคดี ทราบว่าผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบปากคำ จึงพาผู้เสียหายมาสอบปากคำ และติดตามผลการรักษาเพื่อมาประกอบสำนวน และจะได้มีความเห็นว่าจะแจ้งข้อหาใด อาจเป็นทำร้ายร่างกายหรือร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นอันตรายสาหัส ต้องดูความเห็นแพทย์อีกที
ทั้งนี้ ถามจากผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า มีชายคนนึงโทรมา อ้างว่าเป็น สจ.ชื่อดัง เดี๋ยวจะดูแลและนัดหมาย น่าจะเป็นพรุ่งนี้ กำลังประสานอยู่ว่ากี่โมงที่จะมาเจอกันที่ สภ.ปากเกร็ด และเจรจาค่าเสียหาย แต่ตอนนี้ผู้เสียหายกลัวเรื่องความปลอดภัย
"คดีนี้เป็นอาญาแผ่นดิน ข้อหาทำร้ายร่างกาย ไม่ว่าจะอันตรายสาหัสหรือทำร้ายร่างกายธรรมดา ก็ไม่สามารถยอมความได้ การที่เขารู้ว่าผิดพลาดไป สำนึกผิดและเยียวยาผู้เสียหาย จนผู้เสียหายไม่ติดใจ ก็อาจทำให้ศาลพิจารณาโทษน้อยลง และจากคลิปวงจรปิดเห็นรถตู้ รถที่ติดตาม ติดไฟไซเรน ซึ่งมีความผิด ต้องได้รับการอนุญาตจากขนส่ง ต้องดูว่าพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จะแจ้งความดำเนินคดีนี้ด้วยหรือไม่ หากไม่แจ้ง พนักงานสอบสวนก็มีความผิด" ทนายโป้ง กล่าว