เจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ประกาศเสร็จสิ้นภารกิจการค้นหา
ด้าน นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยรายละเอียดการเข้าค้นหากับทีม ปชส. สระแก้ว ว่า หลังจากที่เข้าไปช่วยทางกัมพูชาค้นหาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม ประมาณ 13 ราย แต่ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ทั้ง อาสมัครจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิสว่างสระแก้ว ได้เข้าค้นหาอย่างเต็มกำลังความสามารถ จนครบทั้ง 17 ชั้น มีทั้งการใช้เสียม เครื่องมืออุปกรณ์ เข้าไปงัดแงะบริเวณที่นอน และตามซอกต่าง ๆ ที่คิดว่า จะพบร่างผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม แต่ก็ไม่พบ
นายเอกพันธ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าไปค้นหาในชั้นที่ 8 และชั้นที่ 9 เป็นห้องวีไอพีของเจ้านาย ซึ่งไม่สามารถเข้าไปค้นหาได้ เพราะบริเวณด้านในมีตู้เชฟ และทรัพย์สินมีค่า แต่วันนี้ทางการกัมพูชาได้อนุญาตให้เข้าไปค้นหาผู้เสียชีวิต ซึ่งปรากฏว่า ที่บริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นห้องเจ้านาย ไม่ได้ถูกไฟไหม้แต่อย่างใด มีเพียงเขม่าของควันไฟที่ลอยมาติดอยู่กับที่นอนเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากนี้ภารกิจการค้นหาของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เพราะส่วนที่เหลือคือตึกรีสอร์ต หรือตึกตรงข้ามกับแกรนด์ไดมอนด์ ที่มีสะพานเชื่อมระหว่างกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา จะเป็นผู้ดำเนินการเข้าตรวจสอบและค้นหาต่อไป เพราะหวั่นเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากสภาพปัจจุบันตึกดังกล่าวค่อนข้างเอียงลงมาแล้ว และหากเจ้าหน้าที่กัมพูชาพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ก็จะประสานมายังฝั่งไทย เพื่อดำเนินการต่อไป
กัมพูชารับดำเนินการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
ขณะเดียวกัน นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้กล่าวถึงขั้นตอนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า ทางการกัมพูชา จะเป็นผู้ดำเนินการพิสูจน์ทราบ รวมถึงการรับรองการเสียชีวิต เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชา และมีข้อตกลงกันระหว่าง ตม. เรื่องการส่งศพข้ามแดน ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย ได้เข้าไปร่วมตรวจพิสูจน์ด้วย จากนั้นก็จะแยกผู้เสียชีวิตออกมาและส่งกลับประเทศไทย สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยัน หากพบว่า เป็นคนไทยก็จะนำศพมาเก็บไว้ที่ฝั่งไทย เพื่อประกาศหาญาติต่อไป แต่หากเสียชีวิตที่ฝั่งไทย ทางอำเภอก็ได้เตรียมการไว้ คือสามารถออกใบมรณะบัตรให้ได้เลย
ข่าว : ธนภัท กิจจาโกศล จ.สระแก้ว